สนับสนุนเว็บ

ผู้เขียน หัวข้อ: เชิญชวนเที่ยวภูเก็ตครับ ไข่มุกแห่งอันดามัน (ฮามหนัดนิ)  (อ่าน 507 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ The ปั๋ง

  • ออฟไลน์
  • 13
    0
    43



  • Sponsor
  • *****
  • สมัครสมาชิกเมื่อ 06/09/2012
    YearsYearsYearsYearsYearsYearsYears
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้ : 13
  • Like Post : 43
  • Peny : 0
  • 105039

    • ดูรายละเอียด

  • เวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่ไม่ใด้ช่วยให้ทุกอย่างเหมือนเดิม (สู้ๆ)
  • เวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่ไม่ใด้ช่วยทำให้ทุกอย่างเหมือนเดิม

  • เข้าใช้งานล่าสุดเมื่อ 27/พ.ค./15


                                                                      *เกี่ยวกับภูเก็ต*
          ภูเก็ต หรือที่เคยรู้จักแต่โบราณในนาม เมืองถลาง เป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทย ลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นโดยสิ้นเชิง คือ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภูเก็ต มีจังหวัดที่ใกล้เคียงทางทิศเหนือ คือ จังหวัดพังงา ทางทิศตะวันออก คือ จังหวัดพังงา และกระบี่ ทั้งเกาะล้อมรอบด้วยทะเลอันดามัน และยังมีเกาะที่อยู่ในอาณาเขตของจังหวัดภูเก็ตทางทิศใต้และตะวันออกการเดิทางนอกเข้าสู่ภูเก็ตจากจะทางเรือแล้ว สามารถเดินทางโดยรถยนต์ซึ่งมีเพียงเส้นทางเดียวที่สามารถเข้าสู่เกาะผ่านทางจังหวัดพังงาคือ สะพานสารสิน และสะพานคู่ขนาน คือสะพานท้าวเทพกระษัตรีเท่านั้น และทางอากาศโดยมีท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตรองรับ ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะ ด้านทิศตะวันตก

         ชื่อ ภูเก็ต สันนิษฐานว่าแผลงมาจากคำภาษามาเลย์ว่า บูกิต (Bukit) ซึ่งแปลว่าภูเขา ส่วนคำว่า ถลาง อาจแผลงมาจากคำว่า เทลอง (Telong) ซึ่งแปลว่า ถ้ำ คำว่า ถลาง ปัจจุบันยังคงใช้เรียกอำเภอหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต เดิม คำว่า ภูเก็ต นั้นใช้คำว่า ภูเก็จ อันแปลว่าเมืองแก้ว ตรงกับความหมายเดิมซึ่งชาวทมิฬเรียก มณีคราม ตามหลักฐาน พ.ศ. 1568 ภูเก็ตเป็นที่รู้จักของนักเดินเรือที่ใช้เส้นทางระหว่างจีนกับอินเดีย โดยผ่านแหลมมลายู หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดก็คือ หนังสือภูมิศาสตร์และแผนที่เดินเรือของปโตเลมี เมื่อประมาณ พ.ศ. 700 กล่าวถึงการเดินทางจากแหลมสวรรณภูมิลงมาจนถึงแหลมมลายู ซึ่งต้องผ่านแหลม จังซีลอน หรือเกาะภูเก็ตนั่นเอง

        จากประวัติศาสตร์ไทย ภูเก็ตเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรตามพรลิงก์ ต่อมาจนถึงสมัยอาณาจักรศิริธรรมนคร เรียกเกาะภูเก็ตว่า เมืองตะกั่วถลาง เป็นเมืองที่ 11 ใน 12 เมืองนักษัตร โดยใช้ตราเป็นรูปสุนัข จนถึงสมัยสุโขทัย เมืองถลางไปขึ้นกับเมืองตะกั่วป่า ในสมัยอยุธยา ชาวฮอลันดามาสร้างสถานที่เก็บสินค้าเพื่อรับซื้อแร่ดีบุกจากเมืองภูเก็ต

         ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น กษัตริย์พม่าได้ยกทัพมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ต่างๆ จนมาถึงเมืองถลาง ขณะนั้นเจ้าเมืองถลางถึงแก่กรรม คุณหญิงจัน ภริยา และคุณมุก น้องสาว จึงรวบรวมกำลังต่อสู้กับพม่าจนชนะ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2328 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้คุณหญิงจันเป็น ท้าวเทพกระษัตรี และคุณมุกเป็นท้าวศรีสุนทร

         ในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รวบรวมหัวเมืองชายทะเลตะวันตกตั้งเป็น มณฑลภูเก็ต และเมื่อปี พ.ศ. 2476 ได้ยกเลิก ระบอบมณฑลเทศาภิบาล เปลี่ยนมาเป็น จังหวัดภูเก็ต จนถึงปัจจุบัน

             ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
                                                     
                                                                         *ข้อมูลท่องเที่ยว*

                                                           **ท่องเที่ยวไหว้พระในภูเก็ต**
             ภูเก็ตนอกจากจะมีธรรมชาติให้เราได้สัมผัสแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสถานที่เป็นวัฒนธรรมทางศาสนาที่มีทั้งไทยและจีน เช่น วัดต่างๆในจังหวัดภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็น วัดฉลอง ,เขานาคเกิดนมัสการพระใหญ่ วัดหลวงปู่สุภา วัดพระนางสร้าง พระนอนที่วัดเกาะสิเหร่ วัดพระทอง วัดศรีสุนทร ศาลเจ้าต่าง ๆเช่น ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ศาลเจ้าปุดจ้อ ศาลเจ้าบางเหนียว  ศาลเจ้าแสงธรรม  เป็นต้น

                                                                      **วัดฉลอง**
            เป็นวัดที่มีมาแต่ก่อนเก่า จึงไม่มีท่านผู้ใดทราบประวัติความเป็นมาได้ละเอียดนัก วัดฉลองนี้ตั้งอยู่บริเวณทุ่งนาและป่าละเมาะ ทางด้านเหนือของเกาะภูเก็ต ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7-8 กิโลเมตร ตามหลักฐานที่ปรากฎมีศาลาเก่าแก่อยู่หลังหนึ่งทางด้านทิศตะวันออก (ของวัดในปัจจุบันนี้) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระปฎิมา  จากสภาพขององค์ท่าน นับว่า...เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นมาช้านานแล้ว จนไม่อาจคำนวณอายุที่แน่นอนได้ชาวบ้านฉลองและคนทั่วไป เรียกท่านว่า "พ่อท่านเจ้าวัด" ด้านซ้ายขององค์ท่านมีรูปหล่อของชายชรานั่งถือตะบันหมาก ชาวบ้านเรียกว่า "ตาขี้เหล็ก" ส่วนด้านขวา ของ "พ่อท่านเจ้าวัด" นั้น มีรูปหล่อเป็นยักษ์ถือกระบองแลดูน่ากลัว ชาวบ้านเรียกว่า "นนทรีย์" รูปหล่อทั้ง 3 องค์นี้ ท่านศักดิ์สิทธิ์นัก จนเป็นที่โจษขานกันมานานแล้ว เจ้าอาวาสวัดฉลององค์แรกท่านเป็นพระเถระองค์ใดนั้น ในประวัติได้บันทึกเอาไว้ ก็เลยไม่ทราบนามท่านเท่าที่ทราบมี "พ่อท่านเฒ่า" ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดฉลององค์ก่อน "หลวงพ่อแช่ม" ท่านเป็นพระที่มีความเชี่ยวชษยทางวิปัสสนากรรมฐานเป็นที่เลื่องลือ เมื่อ "ท่านพ่อเฒ่า" ท่านได้มรณภาพด้วยโรคชราอาพาธ "หลวงพ่อแช่ม" ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสสือต่อจาก "พ่อท่านเฒ่า"  ต่อมา....ท่านได้รับพระราชทาานเลื่อมสมศักดิ์ว่าที่เป็น "พระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาฌมุนี" ตำแหน่งสังฆปาโมกข์เมืองภูเก็ต และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ทรงเปลี่ยนชื่อ "วัดฉลอง" เสียใหม่เป็น "วัดไชยธาราราม" แต่....ประชาชนโดยทั่วไปมักเรียกว่า "วัดฉลอง" เพราะเป็นชื่อที่คุ้นหูมาก่อน

                                                                         **แหลมพรหมเทพ**
            หลายคนบอกว่ามาภูเก็ตแล้วไม่มาแหลมพรหมเทพก็เหมือนไม่ได้มาภูเก็ต ดังนั้น นักทอ่งเที่ยวจึงไม่ยอมพลาดที่จะมาชมพระอาทิตย์ตกดินที่นี่ เแหลมพรหมเทพเป็นจุดชมวิวที่สวยงามของภูเก็ต อยู่ห่างจากหาดราไวย์ ประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต ชาวบ้านเรียกว่าแหลมเจ้า จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดลงสู่ปลายแหลมที่เป็นโขดหิน สามารถเดินไปจนถึงปลายแหลมได้ มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกต และสามารถเห็นเกาะแก้วอยู่ด้านหน้าแหลม ทางขวาจะเห็นแนวหาดทรายของหาดในหาน นอกจากนั้นยังมี “ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ”  สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี  มีขนาดความกว้างที่ฐาน ๙ เมตร สูง ๕๐ ฟุต และแสงไฟจากโคมไฟจะมองเห็นไกลถึง ๓๙ กิโลเมตร   ภายในประภาคารมีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการสร้างประภาคาร การรักษาเวลามาตรฐาน การคำนวณ และแสดงเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นและตก จากบนยอดของประภาคารยังเป็นจุดชมวิว

                                                                               **หาดป่าตอง**
              เป็นหาดที่มีชื่อเสียงมากในภูเก็ต เดินทางสะดวกเพียงห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนวิชิตสงคราม หรือ ทางหลวงหมายเลข ๔๐๒๐ ไป ๙ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๔๐๒๙ ไปอีก ๖ กิโลเมตร  เป็นอ่าวที่มีความโค้งมาก หาดทรายงดงามเป็นแนวยาว ๙ กิโลเมตร น้ำทะเลใสสะอาด เหมาะแก่การเล่นน้ำ บริเวณหาดมีที่พัก บริษัทนำเที่ยว ศูนย์การค้า แหล่งบันเทิง บริการนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน


                                                                                **อาหารพื้นเมือง**
             การผสมผสานของวัฒนธรรมที่ควบคู่กับการนำเอาอาหารของชาวจีนที่อพยพมาอาศัยอยู่ครั้งอดีตกาล ทั้งอาหารคาวหวานที่มี รูปแบบ วิธีการปรุง และรสชาติแตกต่างจากที่อื่นหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งนับเป็นเอกลักษณ์ อย่างหนึ่งของภูเก็ต ที่ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมมาลิ้มลองรสชาติ และซื้อหากลับไปเป็นของฝากเสมอ

            -น้ำพริกกุ้งสด
   เป็นน้ำพริกกะปิเหลวๆ ใส่กุ้งสด หอมแดง ซอย พริก และมะนาว รับประทานกับข้าว หรือขนมจีน

            -หมี่สั่ว
   เป็นอาหารเช้าของชาวภูเก็ต จะขายพร้อมกับข้าวต้มหรือโจ๊ก มีร้าน ที่มีชื่อร้านคู่ขวัญ และร้านอื่นๆ ทั่วไป ในตัวเมือง

           -หมี่ฮกเกี้ยน
   เป็นเส้นหมี่เหลืองเส้นใหญ่นำมาผัดซีอิ้ว มีร้าน เก่าแก่ที่มีชื่อเสียง อาทิร้านหมี่ต้นโพธิ์ หน้าวงเวียนหอนาฬิกา ถนนภูเก็ต ร้าน หมี่อ่าวเก ถนนพูนผลและร้านหมี่สะปำ ถนนเทพกระษัตรี หรือนำมาปรุงเป็น หมี่น้ำหมี่แห้งด้วยน้ำซุปกุ้ง มีร้านอร่อย ที่ร้านสมจิตร วงเวียนหอนาฬิกา ร้านจิรายุวัฒน์ ข้างโรงแรมเพิร์ล
 
           -หมี่หุ้นปาฉ่าง
   เป็นเส้นหมี่ผัดแห้งรับประทานกับน้ำซุปกระ ดูกหมู มีร้านเก่าแก่อยู่ในซอยสุ่นอุทิศ ถนนเยาวราช ร้านใกล้ โรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว ถนนตะกั่วทุ่ง และร้านริมถนน ระนอง ใกล้ปากทางเข้าซอยหล่อโรง
 
           -ขนมจีนภูเก็ต
   นิยมรับประทานเป็นอาหารเช้า มีน้ำแกงให้ เลือกหลายประเภทเช่น น้ำยา แกงไตปลา แกงปู น้ำพริก น้ำชุบ (น้ำ พริกกุ้งสด) โดยรับประทานกับผักนานาชนิดพร้อมทั้งไข่ต้ม ปาท่อง โก๋และห่อหมก ในตัวเมืองมีร้านขายขนมจีนให้เลือกรับประทานอยู่ หลายร้าน ร้านที่มีชื่อเสียงได้แก่ ร้านขวัญขนมจีน ถนนทุ่งคา ร้าน ขนมจีนป้าไม ถนนกระบี่ ร้านขนมจีนป้าติ่ง ถนนสตูล ร้านขนมจีน ป้ารี ถนนปฏิพัทธ์ ร้านขนมจีนป้าโป้ ถนนสุรินทร์ ซอย 2 เป็นต้น
 
             -โลบะ
   เป็นเครื่องในหมูปรุงกับ เครื่องพะโล้ นำมาทอดรับประทานกับ เต้าหู้ทอดราดน้ำจิ้ม

 
             -โอต๊าว
      ลักษณะคล้ายกับหอยทอด ภาคกลาง ใช้หอยนางรม ผัดกับแป้ง เผือก และไข่ ร้านมีชื่ออยู่ใกล้ โรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว ร้านหมี่สะปำ

 
           -น้ำพริกกุ้งเสียบ
     เป็นน้ำพริก กะปิตำใส่กุ้งเสียบ รับประทานกับผัก สดต่างๆ มีขายตามร้านอาหารต่างๆ อาทิ ภัตตาคารแหลมทอง ถนนชนะเจริญ ร้านคุณแม่จู้ ถนนเทพ กระษัตรี ภัตตาคารไล่อันเหลา ถนนรัษฎา ร้านจี้งวด ถนนเยาวราช เป็นต้น
 
            -เต้าส้อ
     เต้าส้อ หรือขนมเปี๊ยะภูเก็ตและขนมพื้นเมืองอื่นๆ มีร้าน เก่าแก่ชื่อร้านเค่งติ้น อยู่ข้างโรงพยา บาลภูเก็ตรวมแพทย์ ถนนภูเก็ต ร้านขนมเปี๊ยะไส้ไข่เค็มอยู่ในซอยสุ่นอุทิศ ถนนเยาวราช ร้านคุณแม่จู้ ถนนเทพ กระษัตรี และร้านแม่บุญธรรม ถนน สุรินทร์ ซอย 4
 
                -โอ๊ะเอ๋ว
      เป็นของหวานคล้ายวุ้น น้ำเชื่อมใส่น้ำแข็ง ทำมาจากกล้วยน้ำว้า ผสมกับสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่ง ร้าน ดั้งเดิมอยู่ในซอยสุ่นอุทิศ ถนนเยาวราช ร้านริมถนนระนอง ใกล้ปากทางเข้าซอย หล่อโรง

 
                -เม็ดมะม่วงหิมพานต์
      ต้นมะม่วงหิมพานต์เป็นไม้พื้นเมือง ที่นิยมปลูกกันมากในภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียง ดังนั้นเม็ดมะม่วง หิมพานต์ จึงถือเป็นผลิตภัณฑ์อาหารอย่างหนึ่งที่นิยมซื้อกันเป็น ของฝากทั้งในรูปอบแห้ง ทอด ฉาบและอื่นๆ สำหรับร้านที่มีชื่อ ได้แก่ ร้านศรีบูรพา ออร์คิด ถนนตะกั่วทุ่ง ร้านเมธี ถนนสุรินทร์ ร้าน ศรีศุภลักษณ์ออร์คิด ถนนเทพกระษัตรี เป็นต้น

 
                 -สับปะรดภูเก็ต
      เป็นสับปะรดพันธุ์พื้นเมืองที่มีรสชาติหวาน กรอบอร่อย ต่างกับสับปะรดที่อื่น หา ซื้อได้ที่ตลาดสดภูเก็ต

LikePost โดย 1 สมาชิก :


Permalink: Re: เชิญชวนเที่ยวภูเก็ตครับ ไข่มุกแห่งอันดามัน (ฮามหนัดนิ)

ตอบกลับ #1 23/ธ.ค./15 หัวข้อไอดี: 15980637 | ลิ้งค์หัวข้อ: /topic/15980637

ออฟไลน์ veera.2522

  • ออฟไลน์
  • 21
    0
    19



  • Grade II
  • **
  • สมัครสมาชิกเมื่อ 22/12/2015
    YearsYearsYearsYears
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้ : 21
  • Like Post : 19
  • Peny : 0
  • 166814

    • ดูรายละเอียด


  • เข้าใช้งานล่าสุดเมื่อ 02/ก.พ./18


อยากไปเที่ยวครับ

LikePost โดย 0 สมาชิก :


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 
ร่วมขับเคลื่อนโดย