สนับสนุนเว็บ

ผู้เขียน หัวข้อ: สื่อรักสัมผัสหัวใจ 2 วันที่ 3 ตุลาคม 2556  (อ่าน 139 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Permalink: สื่อรักสัมผัสหัวใจ 2 วันที่ 3 ตุลาคม 2556

03/ต.ค./13 หัวข้อไอดี: 16022303 | ลิ้งค์หัวข้อ: /topic/16022303

ออฟไลน์ นๅยด้ามขวาน

  • ออฟไลน์
  • 49115
    30336
    64871



  • Administrator
  • *****
  • สมัครสมาชิกเมื่อ 17/07/2009
    YearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYears
  • กระทู้ : 49115
  • Like Post : 64871
  • Peny : 30336
  • 16

    • ดูรายละเอียด


  • เข้าใช้งานล่าสุดเมื่อ 15/ก.ย./19




“ไม่ต้องไล่ เพราะดิฉันก็จะไม่อยู่รับใช้ฆาตกรอย่างคุณเช่นกัน คุณผู้หญิงรักคุณมากแค่ไหน ทำไมถึงทำกับท่านได้ลงคอ คุณมันเลว”
 
  “หยุดกล่าวหาชั้นได้แล้ว” อติเทพพยายามระงับความโกธร
 
  “ชั้นไม่หยุด ชั้นรู้ว่าเป็นแก ต้องเป็นแกแน่ ๆ ไอ้ฆาตกร ไอ้ฆาตกร”
 
  อติเทพนอตหลุด จับพิสมรเขย่า “ถ้าแกไม่หยุดชั้นจะฆ่าแกให้ดู”
 
  “แก...นี่แกขู่ฆ่าชั้น...แกอย่าหวังว่าจะได้สมบัติคุณผู้หญิงแม้แต่บาทเดียว เพราะแกต้องข้ามศพชั้นไปก่อน”
 
  “หยุด...หยุดเดี๋ยวนี้ ทำไมทุกคนต้องตะโกนใส่กัน ทำไมทุกคนใจร้ายอย่างนี้...คุณพิมพ์พิลาศ ตายไปแล้ว ไม่กลับมาแล้ว แทนที่จะเสียใจ แต่กลับมาตีกันทุกวัน ๆ ๆ หนูจะทนไม่ได้แล้ว”
 
  สมชายเข้ามาจับไว้ “อรวี...สงบสติอารมณ์หน่อย ใจเย็น ๆ ๆ หายใจลึก ๆ อย่าเครียด ๆ”
 
  พิสมรรีบวิ่งออกไป อติเทพมองตามไป แววตาร้ายกาจ ยอมไม่ได้
 
  กุมาริกาส่ายหน้า “คุณสมชายคะ คุณควรจะดูแลอรวีให้ดีกว่านี้ คุณน่าจะสงสารเค้าให้มากๆกว่านี้นะคะ
   
  พิสมรโทรศัพท์ไปหาลีจองกุ๊ก จะขอคุยกับจุนจีเรื่องฆาตกรฆ่าพิมพ์พิลาส ลีจองกุ๊กบอกปัดบอกจุนจีไม่ว่างต้องถ่ายละคร พิสมรบอกจะไปหาจุนจีที่กองถ่าย ลีจองกุ๊กยอมบอกทางไปกองถ่ายให้พิสมร เพราะพิสมรสัญญาว่าจะไปนั่งรอจนกว่าจุนจีจะให้พบ จะไม่ทำเรื่องเดือดร้อนให้จุนจีเด็ดขาด
 
  พิสมรนั่งแท็กซี่ไปหาจุนจีที่กองถ่าย ระหว่างทางรถติดหนัก คนขับแท็กซี่ชวนคุย ก่อนอาสาขับรถพาไปเส้นทางลัด เพื่อจะได้ไปถึงกองถ่ายเร็วขึ้น พิสมรหลงเชื่อยอมให้คนขับรถแท็กซี่ขับพาเข้าไปในซอยเปลี่ยว แอร์เย็น ๆ กับเสียงเพลงจากวิทยุดังคลอ พิสมรเคลิบเคลิ้มหลับตาพิงพนัก ใบหน้าของคนขับรถแท็กซี่มีรอยยิ้มร้ายขึ้น ขณะหันไปมองพิสมรด้วยความดุดัน
   
  สุคนธรสมอบเครื่องรางของขลังมากมาย เริ่มจากประเภทป้องกัน ก่อนจะเกิดปัญหา ซึ่งมีทั้ง ทรายเสก ชอล์กสายสิญจน์ ส่วนประเภทรักษา ก็มีทั้งเบี้ยแก้ สมุนไพรที่ผ่านการปลุกเสกจากหลวงลุง ใช้ชงดื่มเหมือนชาทั่วไป ให้ติณห์นำกลับไปใช้ที่รีสอร์ทดูก่อน ถ้าไม่ได้ผลสาว ๆ ทุกคนรับปากว่าจะตามไปช่วยทันที
   
  กรรณากับก๊องหอบเสื้อผ้าไปพักที่บ้านแผนยุทธในฐานะผู้ตรวจสอบบัญชี จารุณีไม่ค่อยเชื่อถือทั้งคู่นัก แต่ก็จำต้องจัดที่พักให้ โดยให้ทั้งสองคนพักอยู่ห้องตรงข้ามกัน กรรณาเห็นจารุณีจ้องเธอเขม็ง แววตาตำหนิ ชิงชัง ดูถูก จึงคิดจะทดสอบว่าจารุณีมีใจให้ ดร.แผนยุทธหรือไม่
 
  “คุณแม่บ้านจารุณีคะ คุณพิมอรไปสบายแล้ว เหลือก็แต่คุณผู้ชายของบ้าน ถึงดอกเตอร์รักภรรยามากแค่ไหน แต่เขาก็น่าจะมีสิทธิได้มีชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขกับใครสักคน”
 
  จารุณีโกรธปรี๊ดขึ้นมาสุด ๆ พุ่งจับแขนกรรณาบีบ ๆ “กรี๊ด ๆ ๆ ๆ หยุดความคิดเธอเอาไว้เลยนะ!!! สกปรก!!! ไร้ศีลธรรม!!! เธอไม่มีสิทธิในตัวเขา..ไม่มีแม้แต่นิดเดียว!!! อย่าให้ชั้นรู้ว่าเธอแตะต้องคุณผู้ชายของชั้น ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าชั้นใจร้าย”
 
  ก๊องได้ยินเสียงรีบวิ่งมาหากรรณา จารุณีสงบสติอารมณ์ ปล่อยกรรณา สะบัดหน้าแล้วเดินออกไป
 
  ก๊องชี้ต้นแขนกรรณาที่เป็นรอยมือของจารุณี “เฮ้ย พี่กรรณ..ขึ้นเป็นรอยเลย”
 
  กรรณามองรอยแดง แล้วมองตามจารุณีไป แบบสงสัยสุด ๆ แต่กลับพบมูมู่ยืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าแสดงความเห็นใจ สงสารกรรณา พอรู้ตัวว่าโดนกรรณามอง ก็รีบหลบตามจารุณีไป
   
  ไตรรัตน์กับสุคนธรสแต่งงานกันได้ 4 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววว่าสุคนธรสจะท้องซักที อาม่า เสี่ยจำเริญ เจ๊หญิง อยากมีหลานมาก เลยไปหายาโป๊วบำรุงกำลังสูตรจีนมาให้ไตรรัตน์กิน ไตรรัตน์กินทีเดียวหมดขวด แทนที่จะคึกคัก กลับท้องเสียถ่ายท้องทั้งคืน อดมีอะไรกับสุคนธรสเหมือนเคย
   
  กรรณากับก๊องออกไปสืบหาหลักฐานกันตอนกลางคืน ทั้งคู่เจอวิญญาณที่ยึดติดอยู่กับเก้าอี้โยกและเล่นเปียโนโบราณหลอก วิ่งหนีกระเจิงไปคนละทาง กรรณาวิ่งหนีมาหยุดที่หน้ารูปของพิมอรโดยไม่รู้ตัว
 
  “คุณพิมอร..คุณเป็นคนสวยมากเลย ดูเป็นภรรยาที่แสนประเสริฐ สมบูรณ์แบบ คุณน่าจะได้มีชีวิตครอบครัวที่ดี”
 
  กรรณาหันหลังให้ กำลังจะไป แต่ชะงักเพราะอยู่ ๆ มีเสียงฮัมเพลงกล่อมเด็กลอยมา เป็นเสียงหวานปนเศร้าดูโหยหวยจับจิต ที่กังวานจนจับทิศทางของเสียงที่แน่ชัดไม่ได้ กรรณาชะงักฟัง พยายามจับทิศทางของเสียง
   
  ตอนที่ 7
 
  พิมอรลอยออกมาจากรูปพร้อมฮัมเพลงกล่อมเด็กสีหน้าเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยอันลึกซึ้ง ลอยผ่านกรรณาไปอย่างสวยงาม ปลายกระโปรงปลิวสยาย กรรณาจับทิศทางเสียงได้ รีบเดินตามไป
 
  พิมอรลอยไปตามทางในสวน ผ่านดงไม้ในเขตสวนกว้างขวาง ยังคงฮัมเพลง กรรณาไม่ได้สนใจเส้นทางที่เดินมา มัวแต่ใช้หูฟังนำทางไป แต่แล้วเท้ากรรณาเตะเข้ากับแผ่นหินศิลาที่ปูทางเดิน กรรณาเจ็บมาก ลืมตาขึ้นดู เห็นว่าเธอมายืนอยู่หน้าบ้านไม้หลังหนึ่งแล้ว บรรยากาศวังเวง วิเวก เสียงเพลงกล่อมเด็กเดิมยังคงดังอยู่ 
 
  “วิญญาณที่ร้องเพลง มาที่บ้านหลังนี้..ทำไม..ที่นี่บ้านใคร”
 
  กรรณาเดินตามแผ่นหินปูทางตรงไปหยุดที่หน้าประตูบ้าน ยื่นมือช้า ๆ ไป จะลองผลักประตูดู แต่ประตูกลับเปิดเองช้า ๆ เสียงเพลงหายไปทันที กรรณายืนค้างแข็งอยู่หน้าประตูอย่างนั้น ลุ้นว่าจะมีอะไรหรือใครโผล่ออกมาไหม แต่กลับไม่มีอะไรโผล่ออกมา นอกจากความเงียบ
 
  กรรณามองผ่านประตูบ้านเข้าไปด้านในบ้าน พบว่าภายในมันมืดสลัวเสียเหลือเกิน “เอาวะ เจอผีมาเกือบทุกยี่ห้อแล้ว คราวนี้จะเจออะไรอีก อยากจะรู้นัก ฮึ่ม”
 
  กรรณาตัดสินใจเดินเข้าไปสำรวจในบ้าน ในห้องรับแขกเล็ก ๆ ของบ้าน ทุกอย่างจัดเรียบง่าย แต่ล้วนแล้วเป็นเครื่องใช้เก่า ๆ คลาสสิกสมัยคุณพ่อ มีโซฟาหวายชุดเดียว กับทีวีเครื่องเล็ก ๆ แต่ผนังกลับตกแต่งด้วยหน้ากากประหลาดจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งหน้ากากผีตาโขน หน้ากากคาบูกิ หน้ากากแฟนซีเปเปอร์มาเช่ หรือแม้แต่พวกหัวสัตว์ปลอมต่าง ๆ ทำเอากรรณาสยองขนลุกเมื่อหันไปเจอหน้ากากแต่ละอัน
 
  “บ้านใคร..ฝุ่นไม่ค่อยมี แสดงว่าต้องมีคนอยู่..ท่าทางจะสติไม่ค่อยดี ถึงได้แต่งบ้านได้หลอนขนาดนี้”
 
  เสียงพิมอรร้องเพลงกล่อมเด็กดังมาอีก กรรณา พยายามหาที่มาของเสียง แล้วก็พบว่าพิมอร อยู่ที่บริเวณโซฟา
 
  “คุณร้องเพลงกล่อมลูกหรือคะ ถ้ามีอะไรให้ชั้นช่วยก็บอกมา อยากให้ชั้นช่วยตามหาลูกที่พลัดพรากไปใช่มั้ย”
 
  พิมอรลอยเข้าไปในห้องด้านใน ซึ่งเป็นห้องนอน พอกรรณาเดินตามเข้ามาในห้อง เสียงก็เงียบไป กรรณาหันไปรอบ ๆ พยายามจะฟังเสียง แต่ไม่ได้ยินอะไรแล้ว และกรรณาก็เห็นผนังด้านในหัวเตียงที่มีกรอบรูปติดอยู่บนผนังและวางตามชั้นวาง กรรณาเดินเข้าไปดู กรอบรูปเหล่านั้น เป็นรูปพิมอรกับพงอินทร์ถ่ายคู่กันในอิริยาบถต่าง ๆ
 
  “อ้าว นี่มันรูปคุณพิมอร เจ้าของบ้านกับ ..??..ตานี่ใคร อื้ม ผู้ชายคนนี้ หน้าคุ้น ๆ”
 
  กรรณาพยายามนึกพร้อมกับไล่สายตามองรูปอื่น ๆ ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจอรูป ๆ นึง กรรณาถึงกับชะงัก เพราะเป็นรูปถ่ายหมู่นักเรียนทั้งชายทั้งหญิงสมัยประถมต้น
 
  “เฮ้ย ทำไม..มีรูปนี้อยู่ที่นี่ด้วย”
   
  ที่แท้กรรณากับพงอินทร์เคยเรียนโรงเรียนเดียวกันสมัยเรียนประถม กรรณาได้ยินเสียงเด็กหญิงหนูผีมาเล่านิทานซ้ำ ๆ กันให้ฟังขณะเรียนหนังสือ จนกรรณาเรียนไม่รู้เรื่อง กรรณาโมโหตะโกนเสียงดังบอกให้หนูผีหยุดเล่า คุณครูไม่พอใจคิดว่ากรรณาเป็นเด็กก้าวร้าว ส่วนเพื่อนในห้องก็พากันมองกรรณาว่าเป็นตัวประหลาด มีเพียงพงอินทร์ที่ไม่แสดงท่าทางรังเกียจ กรรณาดีใจมากคิดว่ามีคนเข้าใจเธอ แต่แล้ววันหนึ่งเธอกลับได้ยินพงอินทร์เอาเรื่องที่เธอได้ยินเสียงผีไปเล่าให้คนอื่น ๆ ฟัง คนอื่น ๆ พากันหวาดกลัว แต่พงอินทร์กลับบอกว่าไม่เชื่อเรื่องผี ใครเชื่อกรรณาก็บ้าแล้ว กรรณาโมโหมาก เดินเข้าไปต่อยพงอินทร์หน้าหงายทันที  

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สื่อรักสัมผัสหัวใจ 2 วันที่ 3 ตุลาคม 2556

LikePost โดย 0 สมาชิก :


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 
ร่วมขับเคลื่อนโดย