สนับสนุนเว็บ

ผู้เขียน หัวข้อ: ‘โซลาร์รูฟท็อป’ ทางเลือกใหม่ พลังงานไทย...สว่างหรือมืดมน?  (อ่าน 65 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ นๅยด้ามขวาน

  • ออฟไลน์
  • 49115
    30336
    64871



  • Administrator
  • *****
  • สมัครสมาชิกเมื่อ 17/07/2009
    YearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYears
  • กระทู้ : 49115
  • Like Post : 64871
  • Peny : 30336
  • 16

    • ดูรายละเอียด


  • เข้าใช้งานล่าสุดเมื่อ 15/ก.ย./19




ต้องยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมา... ทั้งรัฐบาลทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสาละวนกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อดูแลพลังงานไม่ให้ขาดแคลน เพราะไทยยังอยู่ในฐานะประเทศที่
  ต้องนำเข้าพลังงานเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดิบ หรือก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะที่นำเข้ามาจากพม่า จึงทำให้ความมั่นคงพลังงานของไทย ต้องแขวนไว้กับเพื่อนบ้านแบบ “ยืมจมูกคนอื่นหายใจ” ดูอย่างเมื่อเดือน เม.ย.ทีผ่านมา ที่พม่าต้องปิดซ่อมบำรุงท่อก๊าซธรรมชาติครั้งใหญ่ จนทำให้ไทยต้องระดมหาแนวทางรับมือกลายเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศขึ้นทันที  นอกจากนี้ยังมีกรณีเหตุการณ์ ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ใน 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีสาเหตุจากสายส่งจากภาคกลางไปภาคใต้ขัดข้องทำให้ต้องไปซื้อไฟจากมาเลเซียในราคาสูงลิ่ว ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคใต้ไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว  แต่ละครั้งเมื่อเกิดเหตุวุ่นวายด้านพลังงาน เรื่อง “พลังงานทดแทน” จะถูกหยิบยกมาหารือทันที ซึ่งแล้วแต่เป็นหัวข้อที่พูดกันมานาน มีการตั้งเป้าหมาย มีนโยบายออกมาให้เห็นกันทุกรัฐบาล!! แต่ในความเป็นจริง ไม่เคยเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนเลย โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งที่ไทยเป็นประเทศที่ได้เปรียบมาก จากการเป็นเมืองร้อน มีแสงแดดจัด เก็บเกี่ยวไปใช้ประโยชน์ได้ตลอดปี  แต่... ล่าสุดกระทรวงพลังงานได้คลอดนโยบายการส่งเสริมพลังงานทดแทน โดยเฉพาะโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา หรือโซลาร์ รูฟ ท็อป และยังสร้างแรงจูงใจ ด้วยการรับซื้อไฟจากหลังคาบ้านไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ ที่หน่วยละ 6.96 บาท แต่หากเป็นอาคาร ธุรกิจขนาดเล็กไม่เกิน 25 กิโลวัตต์6.55 บาท อาคารขนาดกลางและใหญ่ไม่ถึง 1,000 กิโลวัตต์ 6.16 บาทอุดหนุนค่าไฟ 25 ปี และให้ผู้ติดตั้งรับประกันอุปกรณ์ 25 ปี  พูดง่าย ๆ หากติดตั้งโซลาร์ รูฟ ท็อปแล้ว ต้องนำไฟไปใช้ในบ้านในช่วงเวลากลางวันได้ หากเป็นช่วงกลางคืน ต้องรอพัฒนาอุปกรณ์ที่มีราคาแพงมาก ส่วนที่เหลือนำมาขายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ตามราคาที่กำหนด  เรียกว่าได้รับผลสำเร็จมากพอควร เพราะวันแรกของการเปิดการยื่นขายไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา มีผู้สนใจไปเข้าคิวแรกตั้งแต่ตี 4 กันทีเดียว ทั้งที่มีกำหนดให้เปิดยื่นเอกสาร 09.00 น.เมื่อรวม 3 วัน ระหว่าง 23-25 ก.ย. มีผู้ให้ความสนใจถึง 2,436 รายเป็นบ้านที่อยู่อาศัย 1,196 ราย อาคารและโรงงาน 1,240 ราย ส่วน
  ตัวเลขจะไปปิดที่เท่าใดนั้น ต้องรอลุ้นวันสุดท้ายที่ 11 ต.ค.นี้  แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้สนใจจะได้เข้าโครงการทุกคน งานนี้ใครมาก่อน คุณสมบัติ เอกสารครบถ้วน ก็ได้ไป!  จากจำนวนคนที่ให้ความสนใจจำนวนมาก ทำให้ “พงษ์ศักดิ์รักตพงศ์ไพศาล” เจ้ากระทรวงพลังงาน เตรียมเพิ่มโควตาการรับซื้อไฟฟ้าด้วย แต่มีเงื่อนไขว่าต้องรอให้ปิดโครงการรอบแรกก่อน รวมถึงการทบทวนเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้าบางประเด็น เช่น กรณีกลุ่มที่ประกอบการกิจการประเภทโกดังสินค้า มายื่นโครงการจำนวนมากเห็นว่าอาจไม่ถูกวัตถุประสงค์ เพราะการติดตั้งโซลาร์ รูฟ ท็อป เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียนภายในกิจการของตัวเอง…. ไม่ใช่เช่าพื้นที่หลังคาหรือโกดังสินค้าที่มีลักษณะเหมือนโซลาร์ฟาร์ม ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบผู้อื่น  แม้ทุกอย่างดูเหมือนจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับพบว่าเวลานี้มีปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ให้ชัดเจน เพราะโครงการนี้กำหนดให้ต้องจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ แต่ปรากฏว่าขณะนี้การขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หรือรง.4 ก็ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่า จะเปิดช่องกฎหมายติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านที่อยู่อาศัยโดยไม่ต้องขอรง. 4 แต่ถ้าเกิน 10 กิโลวัตต์ขึ้นไป ต้องขอรง. 4 เพื่อความปลอดภัย  ขณะที่กระทรวงพลังงานเองระบุว่า โครงการนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือกพช.กำหนดให้ยกเว้น โดยขอให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) จัดทำระบบการขออนุญาตต่าง ๆ เป็นวัน สต็อป เซอร์วิสจึงเตรียมนำปัญหาคาใจนี้ ไปหารือในที่ประชุม ครม. เร็ว ๆ นี้ด้วย  ดูจากหลาย ๆ ปัจจัยแล้ว พอสรุปได้ว่า โครงการนี้น่าสนใจของบ้านที่อยู่อาศัย หรืออาคาร โรงงานที่ใช้ไฟในแต่ละเดือนมากกว่า 5,000 บาท และต้องมีรายได้พอสมควร เพื่อซื้ออุปกรณ์มาติดตั้ง ถ้ารัฐบาลต้องการส่งเสริมจริงจัง ควรหาวิธีให้ราคาอุปกรณ์ติดตั้งลดลงและหาระบบที่พัฒนาเก็บไฟสำรองไว้ใช้ได้ยามกลางคืน ซึ่งเชื่อว่ารัฐไม่ต้องเสียเวลาจูงใจควักเงินซื้อไฟคืน แต่ประชาชนจะแห่ติดตั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเหตุไฟดับเอง  ...จากนี้ไปคงต้องจับตาเป้าหมาย “พลังงานแสงอาทิตย์” ว่าจะกลายเป็นแสงสว่างให้อนาคตพลังงานไทย ได้จริงหรือไม่?.  จิตวดี เพ็งมาก  

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘โซลาร์รูฟท็อป’ ทางเลือกใหม่ พลังงานไทย...สว่างหรือมืดมน?

LikePost โดย 0 สมาชิก :


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 
ร่วมขับเคลื่อนโดย