สนับสนุนเว็บ

ผู้เขียน หัวข้อ: “ปราโมทย์” ชี้เขื่อนแม่วงก์-โครงการน้ำส่อขัดข้อ กม.  (อ่าน 58 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ นๅยด้ามขวาน

  • ออฟไลน์
  • 49115
    30336
    64869



  • Administrator
  • *****
  • สมัครสมาชิกเมื่อ 17/07/2009
    YearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYears
  • กระทู้ : 49115
  • Like Post : 64869
  • Peny : 30336
  • 16

    • ดูรายละเอียด


  • เข้าใช้งานล่าสุดเมื่อ 15/ก.ย./19




      “ศศิน” ยันเขื่อนแม่วงก์ไม่แก้น้ำท่วม ห่วง 8 ปีสร้างเขื่อน "เสือ"ป่าตะวันตกถูกล่า เหตุราคาพุ่งตัวละ 10 ล้าน แหล่งอาหารถูกน้ำท่วม  ขณะที่ “วีระกร” โต้ บอกขอพื้นที่แค่ 8-9 พันไร่ให้คน                                                          


 เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาศึกษาโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ โดยมีการเชิญนายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน นายศศิน เฉลิมลาภ เลขานุการมูลนิธืสืบนาคะเสถียร และนายวีระกร คำประกอบ อดีต รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต ส.ส.นครสวรรค์ เข้าชี้แจง โดยนายปราโมทย์ กล่าวว่า การสร้างเขื่อนแม่วงก์  ไม่สามารถช่วยลดปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมได้  แต่อาจจะช่วยได้เพียงเล็กน้อย เพราะเป้าหมายหลักของการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำเพื่อช่วยเกษตรกรในช่วงหน้าแล้ง ทั้งนี้หากรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต้องเป็นไปตามระบบ  มีการศึกษาให้รอบคอบ ซึ่งโครงการขนาดใหญ่ต้องให้ความสำคัญถึงผลการศึกษา แต่ขณะนี้โครงการก่อสร้างเขื่อนทุกเขื่อนถูกบรรจุไว้ในโมดูลเอ 1 ของแผนบริหารจัดการน้ำ และให้สำนักนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ และกำหนดระเบียบเงื่อนไขออกมา เป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะเป็นการขัดต่อระเบียบกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญ  และการที่ ครม. อนุมัติให้สร้างเขื่อนแม่วงก์ ด้วยงบประมาณกว่า  1.3 หมื่นล้านบาทนั้น ก็น่าจะขัดต่อกฎหมาย  และทางกรมอุทยานฯ ก็ยังไม่ได้อนุญาตให้มีการใช้พื้นที่ กรณีที่วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ก็มีการจับกุมรีสอร์ท ที่บุกรุกพื้นที่กันอยู่ ที่สำคัญโครงการนี้ยังไม่ผ่านขั้นตอนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งรัฐบาลควรดำเนินการต่าง ๆ ให้ชัดเจนก่อน     ด้านนายศศิน เฉลิมลาภ  เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร  กล่าวว่า บทบาทของมูลนิธิสืบฯ คือการดูแลผืนป่าตก มีการตั้งคำถามว่าเหตุใดมูลนิธิสืบฯ ไม่พูดถึงป่าที่อื่น เช่น เขายายเที่ยง  เราทำทุกพื้นที่ แต่มีเจ้าหน้าที่เพียง 29 คน คงไม่สามารถไปทำงานเต็มที่ในพื้นที่อื่นได้  ยืนยันว่าทุกโครงการที่เกี่ยวข้องกับป่าตะวันตกเราไม่ยอม เพราะเป็นเจตนารมณ์ของสืบ นาคะเสถียรที่ระบุว่า หากจะรักษาป่าห้วยขาแข้งและป่าทุ่งใหญ่นเรศวรไว้ ต้องรักษาป่าตะวันตกทั้งผืน  ทั้งนี้ในเรื่องการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ ตนไม่ได้เดินประท้วงคัดค้านการสร้างเขื่อน แต่ต้องการชี้ให้เห็นถึงข้อมูลความไม่เหมาะสมของอีเอชไอเอโครงการดังกล่าว และเขื่อนไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ซึ่งตามรายงานอีเอชไอเอพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์มี 2 จุด คือ บริเวณเขาสบกก ในเขตอุทยานฯ แม่วงก์ และเขาชนกัน ซึ่งอยู่ข้างล่างลงมา ซึ่งไจก้าที่เป็นที่ปรึกษาของกรมชลประทานเคยระบุว่ามีศักยภาพในการก่อสร้างเขื่อนและแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ตนก็ไม่ได้สนับสนุนให้สร้างเขื่อนบริเวณนี้ เพราะจะกระทบกับประชาชนในพื้นที่  แต่รัฐควรจะมองไปถึงการบริหารจัดการแหล่งน้ำขนาดเล็ก และระบบชลประทานที่มีอยู่เดิมหรือไม่    
     นายศศิน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตนมองว่าความสำคัญของพื้นที่อุทยานฯ แม่วงก์คือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการกระจายพันธุ์ของเสือโคร่งจากห้วยขาแข้ง  ซึ่งประเทศไทยมีเสือโคร่งมากที่สุดรองจากอินเดีย  ตนไม่ได้ห่วงว่าน้ำจะท่วมเสือตายหรือเสือจะเดินเข้าป่าไม่เป็น แต่พื้นที่ก่อสร้างเขื่อนเป็นระบบนิเวศริมน้ำที่มีทุ่งหญ้า เป็นแหล่งอาหารของสัตว์กีบที่เป็นอาหารของเสือ ซึ่งพื้นที่ลักษณะนี้เหลือเพียง 2 แห่งในประเทศไทย คือ แม่วงก์ และทับเสลา ซึ่งจำลองพื้นที่ห้วยขาแข้ง หากมีการสร้างเขื่อน แหล่งอาหารของเสือก็จะถูกทำลายไป และกระทบต่อระบบนิเวศน์ป่าตะวันตก ที่สำคัญระยะเวลาการก่อสร้าง 8 ปี สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากคือการล่าของนายพราน เพราะวันนี้เสือราคาตัวละ 1 ล้านบาท  เมื่อแปรสภาพเป็นส่วนต่าง ๆ แล้วอาจจะถึง 10 ล้านบาท ที่ผ่านมาก็มีนายพรานชาวเวียดนามเข้ามาล่าเสือในป่าตะวันตก และมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่จนเสียชีวิตไปหลายครั้งแล้ว  เรื่องนี้ภาครัฐยืนยันว่าจะป้องกันการล่าเสือได้หรือไม่    
     ด้านนายวีระกร กล่าวว่า วันนี้คนที่คัดค้านเขื่อนถูกมองเป็นผู้ร้าย  เป็นโจรปล้นป่า และเป็นคนไม่รักธรรมชาติไปหมดแล้ว ต้องรักษาป่า รักษาเสือ รักษาตะกวด เพราะมันจะจมน้ำตาย วันนี้ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ถูกน้ำท่วม 6 รอบแล้ว  และ ขอชี้แจงว่าเมื่อปี 2526 ที่ตนเป็น ส.ส.นครสวรรค์ ได้เป็นคนเสนอญัตติต่อรัฐสภา ให้มีการสร้างเขื่อนแม่วงก์เพราะประชาชนเดือดร้อนจากน้ำท่วมใหญ่ในปีนั้น ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการสร้างเขื่อนแม่วงก์ จึงเป็นการแก้ปัญหาน้ำท่วมมาตั้งแต่ต้น  ทั้งนี้จากผลการศึกษาครั้งแรกเมื่อปี 2538 จะใช้งบประมาณในการก่อสร้างเพียง 4.9 พันล้านบาท ใช้พื้นที่เพียง 8,000-9,000 ไร่ เท่านั้น  แต่วันนี้ต้องบวกค่าวัสดุอุปกรณ์และการบริหารคลองชลประทานที่จะก่อสร้างเพิ่ม  ทั้งนี้พื้นที่ก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์มี ลักษณะสูงชันเช่นเดียวกับเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ที่อยู่บนเขาใหญ่ ซึ่งตั้งแต่มีเขื่อนขุนด่านน้ำไม่เคยท่วม จ.นครนายกอีก หากมีการเขื่อนแม่วงก์ก็จะเป็นการชะลอน้ำจากเขาไม่ให้ไหลเข้าท่วมชาวบ้าน    
     “พื้นที่ป่าตะวันตกทั้งหมด 11 ล้านไร่ ผมขอพื้นที่แค่ 8,000-9,000 ไร่ ให้ประชาชนได้หรือไม่ ส่วนเสือผมให้ไปเลยตัวละ 1 แสนไร่ ให้เสือเดินหากินให้ทั่ว และเป็นไปไม่ได้ที่เสือจะยอมให้ตัวเองจมน้ำตาย เสือเป็นสัตว์ที่ชอบเล่นน้ำ ผมเลี้ยงเสือในสวนสัตว์ส่วนตัว ผมรู้ดีว่าเสือเป็นสัตว์ชอบน้ำ และจับปลาในน้ำกินเป็นด้วย การมีเขื่อนจะทำให้ป่าชุ่มชื้น เพราะทุกวันนี้บริเวณดังกล่าวมีสภาพเป็นป่าเต็งรัง แห้งแล้ง เมื่อป่าชุ่มชื้น เสือก็จะกระจายพันธุ์ได้เพิ่มขึ้นและมีความสุขมากกว่า”นายวีระกรกล่าว    
     ขณะที่ นพ. เหวง กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เป็นการรับฟังความเห็นอีกด้านหนึ่งของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเหมือนปี 2554 อีก เราในฐานะที่เป็นคนไทยต้องพยายามป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก การสร้างเขื่อนแม่วงก์อย่างน้อยก็เป็นการชะลอน้ำจากลุ่มน้ำสะแกกรัง 800 ล้าน ลบ.ม. โลกนี้คนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าไม่มีคนก็ไม่มีโลก แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะมองข้ามเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องมีการหาจุดร่วมกันให้ได้.
       



ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
“ปราโมทย์” ชี้เขื่อนแม่วงก์-โครงการน้ำส่อขัดข้อ กม.

LikePost โดย 0 สมาชิก :


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 
ร่วมขับเคลื่อนโดย