สนับสนุนเว็บ

ผู้เขียน หัวข้อ: ทองเนื้อเก้า วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556  (อ่าน 77 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Permalink: ทองเนื้อเก้า วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556

17/พ.ย./13 หัวข้อไอดี: 16031795 | ลิ้งค์หัวข้อ: /topic/16031795

ออฟไลน์ นๅยด้ามขวาน

  • ออฟไลน์
  • 49115
    30336
    64874



  • Administrator
  • *****
  • สมัครสมาชิกเมื่อ 17/07/2009
    YearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYears
  • กระทู้ : 49115
  • Like Post : 64874
  • Peny : 30336
  • 16

    • ดูรายละเอียด


  • เข้าใช้งานล่าสุดเมื่อ 13/พ.ย./19


              หลวงตาปิ่นถึงกับอึ้งไป ครั้นเรื่องเณรวันเฉลิมจะสึกรู้ถึงหูแม่ปั้นกับยายแลก็พากันคัดค้านอย่าเพิ่งสึก บอกให้รอสักระยะหมอคงรักษาอาการโยมแม่ดีขึ้น แต่เณรไม่ยอมรอ ยืนยันจะสึก หลวงตาปิ่นจนใจจึงจัดการนิมนต์เจ้าอาวาสทำพิธี สันต์รู้โกรธจนแทบจะเผ่นไปฆ่าลำยองฐานเป็นต้นเหตุทำให้ผ้าเหลืองร้อน แต่แม่ปั้นกับยายแลช่วยกันรั้งและเตือนสติสันต์       วันเฉลิมสึกเรียบร้อยแล้วลงบันไดมาหาสันต์กับเทวีที่ยืนรออยู่    “ผมเสียใจครับพ่อ เสียใจที่ทำให้พ่อผิดหวัง แต่ผมไม่มีทางเลือก”              “ลูกเลือกได้ถ้าจะเลือก แต่ลูกไม่เห็นแก่ตัวพอ ลูกรักตัวเองน้อยเกินไปรักคนอื่นมากไป...”    “แต่คนอื่นคนนั้นคือแม่ของผมเอง ถ้าแม่ตกนรก ผมก็จะลงไปนรกเพื่อช่วยแม่ครับ”           “ลูกก็รู้ว่าถ้าตกนรกแล้วช่วยกันไม่ได้ กระทั่งบุญที่ทำมาเองยังไถ่ถอนกันไม่ได้บุญส่วนบุญ บาปส่วนบาป ทุกคนต้องช่วยกันเอง...แล้วถ้าพ่อตกนรกล่ะวันจะช่วยพ่อไหม”              “พ่อไม่มีทางจะตกนรกหรอกครับ เพราะพ่ออยู่ในโลกมนุษย์จริง ๆ ถึงจะไม่ได้อยู่บนสวรรค์ก็เถอะ แต่ก็เฉียด ๆ เข้าไปแล้ว ครอบครัวของพ่อเป็นสุขดีมีหลักฐาน บ้านที่เป็นบ้านน่ะไม่ใช่สวรรค์หรอกเหรอครับ”                 สันต์นิ่งงันกับเหตุผลของลูก เทวีสะเทือนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนไม่กล้าพูดอะไร ปล่อยให้พ่อลูกคุยกัน....วันเฉลิมพาแม่ออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน หมอให้ทั้งยากินและยาทามาใช้ที่บ้านและนัดให้ไปตรวจตามกำหนด ยายแลมองดูวันเฉลิมดูแลแม่อย่างเศร้าใจ       “มันคงไม่รู้ตัวมันหรอกมังว่าทำบาปขนาดไหน ขนาดพระเณรมันยังทำสึกออกมาจนได้...อีลำยองนะอีลำยอง”          ว่างจากดูแลแม่แล้ว วันเฉลิมก็มาดูแลน้อง และเกลี้ยกล่อมให้น้องอ้อยไปโรงเรียน           “ใครให้อะไรน้องอ้อยก็ต้องไหว้ขอบคุณเขานะ จำที่พี่วันสอนได้ไหม” วันเฉลิมสอนน้อง           “ขอบคุณค่ะ”                 น้องอ้อยไหว้แล้วยิ้มยอมให้เทวีจูงมือพาไปโรงเรียนแต่โดยดี เสร็จจากน้องอ้อย วันเฉลิมก็พาน้องเหน่งไปอยู่กับหลวงตาปิ่นและฝากเข้าโรงเรียนวัด หลวงตาก็ยินดีรับ                  “นังอ้อยก็หมดห่วงไปแล้ว ไอ้เหน่งก็มาอยู่นี่ เหลือแต่นังจิตรา”                 “ครับหลวงตา น้าลำยงกับน้าลำดวนบอกว่าพอดูแลไหว ปีหน้าครบเกณฑ์แล้วค่อยพาไปเข้าโรงเรียนครับ”                 “แล้วเอ็งล่ะไอ้วัน...เวลามันผ่านไปเร็วนะ เอ็งควรจะคิดถึงอนาคตของตัวเองบ้าง”              “ถึงอนาคตของผมมันจะมืดมนมันก็ไม่สำคัญ เท่าวันนี้ของแม่กับน้อง ๆ หรอกครับหลวงตา”    คุณยายวิมลเอาเสื้อผ้าที่หนูสมฤดีไม่ใช้แล้วมาให้วันเฉลิมเพื่อเอาไปให้น้องอ้อยใช้ วันเฉลิมหน้าเจื่อน ๆ เมื่อถูกหนูสมฤดีต่อว่าเขาสึกทำให้เธอไม่ได้ใส่บาตร                 “พี่เขามีหน้าที่ที่สำคัญกว่าต้องทำนี่ลูก แล้วนี่แม่พ่อวันเขาเป็นยังไงบ้างลูก”              “ได้แต่กินยาแก้ปวดครับ ไม่ยังงั้นจะเจ็บปวดทรมานมาก”                 “มีอะไรให้ยายช่วยได้ก็บอกนะพ่อวัน”           “ตอนนี้ผมอยากได้งานทำมากกว่าอะไรทั้งนั้น จะได้มีเงินไว้ซื้อยาให้แม่ครับ”              หนูสมฤดียื่นขนมให้อีก วันเฉลิมยิ้มรับนํ้าใจจากคนรอบข้างพอเป็นกำลังใจให้หัวใจของเขาชุ่มฉํ่าขึ้น...ด้านยายแลไปนั่งกอดเข่าที่เรือนแพของแม่ปั้น มองลำยงกับชุดช่วยกันขายของอย่างเศร้า ๆ            “ข้าละอายใจเหลือเกินยัยปั้น...เห็นไอ้วันมันแล้วก็สะท้านใจ มันไม่เคยตีโพยตีพายให้เห็นสักครั้งเดียว ไอ้เราซะอีกโวยวายเหมือนคนบ้า”           “สติไงยัยแล ยังงี้แหละเขาเรียกมีสติ”           “อยู่มาจนแก่ปูนนี้ ข้าไม่เคยทำได้ซักครั้งของไอ้วันมันเลย”                 “หลวงพี่ท่านสอนมันมาดี” ยายแลยกมือไหว้ท่วมหัว สาธุ...           “ค่อย ๆ ฝึกค่อย ๆ ทำ ซักวันก็คงทำได้แหละหัดปล่อยวางซะทุกข์ก็จะน้อยลงไปเอง”           “แก่แล้ว มันไม่มีเรื่องอะไรดีเลย....คิดแล้วอยากตายให้มันพ้น ๆ เวร”              “คิดอะไรอย่างนั้นยัยแล”              “ลำบากยามแก่นี่มันสุดจะทนแท้ ๆ ยัยปั้น”        แม่ปั้นได้แต่เอื้อมมือมาจับแขนยายแลบีบ   เบา ๆ อย่างให้กำลังใจ    วันเฉลิมเดินสั่นกระดิ่งขายไอติมแท่ง สันต์กับเทวีมาเจอโดยบังเอิญ สันต์นํ้าตาคลออดสะเทือนใจไม่ได้ แต่พยายามถามด้วยนํ้าเสียงปกติว่าขายดีไหม        “ครับ...บ่าย ๆ ก็หมดแล้ว เถ้าแก่เขาใจดีครับให้สองกระติกสิบบาท....ผมไปขายของก่อนนะครับ เดี๋ยวต้องรีบกลับไปดูแม่ ใกล้เวลาต้องกินยาแล้วครับ”                 พูดจบวันเฉลิมสั่นกระดิ่งเดินจากไป เทวีมองอย่างเห็นใจสันต์ รู้ดีว่าเขาสะเทือนใจมาก...กลับมาถึงบ้านเจอลำยองกำลังอาละวาดและร้องโวยวาย วันเฉลิมเข้ามาปลอบแม่ให้สงบและจัดยาให้กิน ลำยองเงียบอยู่ครู่หนึ่งก็รํ่าร้องอยากกินเหล้า แต่วันเฉลิมไม่ยอมใจอ่อนตามใจแม่ แล้วอยู่ ๆ ตาปอก็อ้อนร้องว่าอยากกินเป็ดพะโล้เพิ่มความวุ่นวายให้บ้านอีก ยายแลเครียดอยากจะบ้าตาย          เช้าวันรุ่งขึ้น วันเฉลิมมาช่วยลำยงจ่ายของสดมาจากตลาด เพราะชุดไม่สบายแขนเจ็บยกของหนักไม่ได้ พอกลับถึงแผงที่เรือนแพลำดวนก็ช่วยยกลงจัดของเตรียมขาย ลำยงหยิบผักกาดกำหนึ่งส่งให้วันเฉลิมพร้อมค่าจ้างห้าบาท              “เอ็งช่วยแค่นี้ก็พอไอ้วัน ที่เหลือเดี๋ยวพวกน้าทำกันเอง ผักนี่เอาไปทำกับข้าวให้ยายกับแม่เอ็งกินด้วยไป”    วันเฉลิมยกมือไหว้แล้วรับเงินจากน้าสาว ผู้เป็นย่าเรียกให้ไปกินข้าวก่อน วันเฉลิมขอบคุณบอกไม่กินแล้ววิ่งไปรับไอติม เพราะกลัวจะสาย...คุณยายวิมลกับหนูสมฤดีเห็นวันเฉลิมขายไอติมแท่งก็เรียกมาสอบถามและช่วยอุดหนุน วันเฉลิมจะไม่เอาสตางค์เพราะทั้งสองเมตตาและให้อะไรต่ออะไรกับเขามากมาย แต่คุณยายวิมลกลับให้เงินมายี่สิบบาทบอกไม่ต้องทอน        “ให้ยายได้มีโอกาสช่วยเหลือพ่อวันบ้างเถอะนะ ยายรู้พ่อวันทำงานหนักหาเงินมาซื้อยาให้แม่...ยายเป็นกำลังใจให้นะลูก ขอให้เด็กที่คิดดีทำดีอย่างพ่อวันสมหวังในทุกสิ่งที่พ่อวันตั้งใจ ขอคุณพระคุ้มครองนะลูกนะ”                   วันเฉลิมไหว้และรับเงินมานํ้าตาคลอด้วยความซาบซึ้งใจ แล้วเขาก็ยิ้มทั้งนํ้าตาเมื่อหนูสมฤดีบอกไอติมเจ้านี้อร่อยที่สุด บอกให้มาขายทุกวันเพราะเธอจะได้ซื้อกินทุกวัน    แป้งเจอวันเฉลิมบอกขายไอติมแท่งเหนื่อย เมื่อยและกำไรน้อยจึงชวนวันเฉลิมให้ไปขายยากับเขา แต่วันเฉลิมเดินหนีไม่สนใจธุรกิจขายยาของน้าชาย...พอกลับถึงบ้านเย็นวันนั้น วันเฉลิมก็ซื้อเป็ดพะโล้ให้ตาปอตามที่บ่นอยากกิน เขาแบ่งเนื้อเป็ดให้ลำยองกินด้วย ลำยองอ้าปากรับเป็ดที่วันเฉลิมป้อนให้แล้วเคี้ยวกินพลางหัวเราะ วันเฉลิมดีใจคิดว่าแม่อาการดีขึ้น มีความสุขที่ได้กินของอร่อย          แต่ความจริงแล้วลำยองมีอาการสมองเบลอ จู่ ๆ ลำยองก็พ่นข้าวในปากพรวดใส่หน้าวันเฉลิมจนเปรอะเปื้อนไปหมด วันเฉลิมถือผ้าที่เช็ดตัวแม่กับตัวเองไปซักหลังบ้าน ลำดวนเห็นนํ้าเหลืองนํ้าหนองแล้วสะอิดสะเอียน             “เวรแท้ ๆ ไม่รู้จะอยู่ทรมานคนอื่นเขาไปทำไม ตาย ๆ ไปซะทีจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราว”              ยายแลได้ยินแต่ทำเฉยเหมือนไม่ได้ยิน ไม่ได้รับรู้อะไร เพราะในความคิดของยายแลก็อยากจะทำอย่างที่ลำดวนพูดเหมือนกัน....วันเฉลิมเดินกลับไปที่เรือนแพพร้อมกับลำดวน เพราะพรุ่งนี้เช้าต้องไปช่วยซื้อของที่ตลาด                 “แม่เอ็งมีแต่ทรงกับทรุด หมอเขายังบอกเลยว่าไม่มีทาง เอ็งเลิกหวังซะเถอะไอ้วัน เหนื่อยเปล่า ๆ ทำงานตัวเป็นเกลียวได้มากี่บาท ก็กลายเป็นค่ายาแม่เอ็งหมด สงสารตัวเองบ้างเถอะโว้ย”           วันเฉลิมไม่โต้ตอบอะไรทั้งสิ้น แต่แล้วจู่ ๆ ก็หยุดเดิน                       “วันว่าวันนี้วันนอนบ้านยายดีกว่าครับ”           “อะไรของเอ็งวะ...”              “เผื่อกลางคืน แม่อาละวาดขึ้นมายายจะอดหลับอดนอนเปล่า ๆ น้าลำดวนบอกน้าลำยงด้วยแล้วกันนะครับ เช้ามืดผมจะรีบไป”       วันเฉลิมยกมือไหว้ลำดวน แล้วเดินกลับบ้านยายแล...เวลานั้น ยายแลกำลังคิดที่จะเอายาเบื่อหนูให้ลำยองที่นอนร้องครวญครางกิน เพื่อลำยองจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานเป็นห่วงผูกคอวันเฉลิมต่อไป แต่ยังไม่ทันลงมือวันเฉลิมก็กลับมาถึง ยายแลรีบเก็บกระป๋องยา    คืนนั้น ยายแลนอนคิดถึงอดีตแล้วร้องไห้นํ้าตาไหล เป็นเพราะนางยุยงส่งเสริมลำยองในทางที่ผิด ความหายนะต่าง ๆ เกิดจากนางเป็นต้นเหตุ แล้วควรหรือที่จะเอายาเบื่อหนูใส่ข้าวให้ลำยองกิน        เช้าวันรุ่งขึ้น ยายแลผสมยาเบื่อหนูในชามข้าวแล้วจะป้อนลำยอง แล้วยายแลก็เปลี่ยนใจไม่ป้อนเอาข้าวทั้งชามไปทิ้งถังขยะ ก่อนจะเดินไปทำงานอย่างอื่น ตาปอปํ้า ๆ เป๋อ ๆ หิวเจอข้าวในถังขยะก็กินเข้าไป นอนนํ้าลายฟูมปากอาการร่อแร่อยู่กลางบ้าน ยายเเลเข้ามาเห็นสภาพตาปอก็ตกใจร้องกรี๊ดลั่นบ้าน                  ลำยงกับลำดวนรู้เรื่องวิ่งมาถึงบ้านตาปอก็ขาดใจตายพอดี ทุกคนร้องไห้กันระงม ยายแลครํ่าครวญว่าเป็นความผิดของตัวเอง ลำยองนอนนิ่งไม่รับรู้อะไร แต่แววตาแสดงออกถึงความเจ็บปวด ขณะที่ทุกคนวุ่นวายอยู่กับศพตาปอ ลำยองก็รวบรวมกำลังค่อย ๆ พาร่างลุกขึ้นเลี่ยงออกจากบ้านไป    สันต์กับวันเฉลิมซื้อยาจะเอามาให้ลำยอง พอถึงบ้านเห็นยายแลนั่งอยู่สันต์ก็ทักทายยายแล ส่วนวันเฉลิมก็เข้าไปดูแม่ แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นเสื่อที่ลำยองนอนว่างเปล่า                 “พ่อครับ ยายครับ แม่หายไป!” วันเฉลิมวิ่งหน้าตื่นออกมาบอก สันต์และยายแลรีบเข้าไปดูในห้องพลางร้องเรียกลำยอง       “ไม่มีเลยพ่อสันต์ นี่นังลำยองมันหายไปไหน สภาพมันแย่ขนาดนั้นมันจะหายได้ยังไง นี่กูทำอะไรผิดอีกหรือเปล่า? กูทำอะไรผิดอีกไหม” ยายแลตกใจร้องไห้    “ใจเย็น ๆ ครับน้าแล”    “แล้วเราจะไปหาแม่ที่ไหนครับพ่อ? แม่จะไปไหน...” วันเฉลิมร้อนใจ    สันต์ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตรงไปที่โรงลิเกเก่าก็พบลำยองนอนซมนํ้าตาไหล เลือดและนํ้าเหลืองไหลเยิ้มออกมาตามแผลทั่วร่างกาย วันเฉลิมวิ่งเข้าไปประคองแม่ไว้ในอ้อมแขน ลำยองชักกระตุกตาเหลือกลานเป็นอาการสุดท้ายของเชื้อโรคที่ขึ้นสมอง วันเฉลิมรวบมือทั้งสองข้างของแม่มาประสานไว้ที่อก สันต์เข้ามานั่งอยู่ข้าง ๆ    “นึกถึงพระพุทธคุณไว้ครับแม่ นึกถึงพุทธคุณไว้...”       วันเฉลิมนํ้าตาร่วงพรู ประสาทรับรู้ของลำยองค่อย ๆ ดับลง เธอพยายามเอื้อมมือไปลูบแก้มวันเฉลิม ใบหน้ามีรอยยิ้มนิดหนึ่งก่อนจะคลายเป็นเรียบเฉยและหมดลมหายใจ สันต์ยืนมองสองแม่ลูกอยู่ตลอด นํ้าตาไหลออกมาเมื่อรู้ว่าลำยองจากโลกนี้ไปแล้ว    ศพของตาปอกับลำยองจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย กำหนดสวดสามวันแล้วเผา วันเฉลิมเข้าไปหาหลวงตาปิ่นขอบวชอีกครั้งหนึ่ง หลวงตาเอื้อมมือไปแตะที่หัว วันเฉลิมนํ้าตาร่วงจิตวิญญาณของเขากลับมาสู้ความเป็นจริงอีกครั้ง...คํ่าวันนั้น ยายแลนั่งครํ่าครวญอยู่คนเดียวในบ้านที่ไฟปิดมืด            



ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
ทองเนื้อเก้า วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556

LikePost โดย 0 สมาชิก :


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 
ร่วมขับเคลื่อนโดย