สนับสนุนเว็บ

ผู้เขียน หัวข้อ: รักสุดฤทธิ์ วันที่ วันที่ 4 ธันวาคม 2556  (อ่าน 48 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Permalink: รักสุดฤทธิ์ วันที่ วันที่ 4 ธันวาคม 2556

04/ธ.ค./13 หัวข้อไอดี: 16034980 | ลิ้งค์หัวข้อ: /topic/16034980

ออฟไลน์ นๅยด้ามขวาน

  • ออฟไลน์
  • 49115
    30336
    64870



  • Administrator
  • *****
  • สมัครสมาชิกเมื่อ 17/07/2009
    YearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYears
  • กระทู้ : 49115
  • Like Post : 64870
  • Peny : 30336
  • 16

    • ดูรายละเอียด


  • เข้าใช้งานล่าสุดเมื่อ 15/ก.ย./19


               มาย่านึกสงสัย แอบตามไปฟัง เลยได้รู้ว่าที่จริงแล้ว โอเจพูดภาษาไทยได้ แต่ที่ต้องทำเป็นพูดไม่ได้ เพราะต้องการสร้างภาพ ต้นสังกัดโอเจต้องการให้โอเจมีภาพลักษณ์เป็นหนุ่มลูกครึ่ง ไทยเกาหลี พูดไทยไม่ได้แม้แต่คำเดียว ตอนหลังใช้ความพยายามจนพูดไทยได้ แฟนคลับจะได้ชื่น ชมมากขึ้น เมนี่รู้เรื่องทั้งหมดดีแต่ต้องทำตามที่ต้นสังกัดโอเจต้องการ    มาย่าคิดหาทางเปิดโปงความจริง ตอนแรกเมนี่กับโอเจทำปากแข็งไม่ยอมรับ สุดท้ายโอเจเผลอหลุดปากพูดภาษาไทยออกมาจนได้     งาน อิทธิฤทธิ์กับชนมนไม่มีบัตรไม่สามารถเข้าไปในงานได้ ตี๋เล็กมีบัตรเชิญสำหรับวีไอพีเพราะรู้จักกับญาติของสุวิช แถมอาม้าของตี๋เล็กยังเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ของงานด้วย อิทธิฤทธิ์ผิดหวัง  เสียหน้ามาก    “นายมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเจอมาย่าวันนี้ นายก็เจอมาย่าแทบทุกวันอยู่แล้ว”    “นี่เป็นงานแถลงข่าวหนังเรื่องแรกของมาย่า”    “แล้วไง”    “มาย่าเล่นหนังเรื่องแรก ชั้นก็ต้องมาให้กำลังใจน่ะสิ เห็นมั้ย ทั้งไอ้ธรรม์ ไอ้ตี๋เล็กเสนอหน้ามากันหมด เรื่องอะไรชั้นจะยอมให้ไอ้พวกนั้น มาทำคะแนนเกินหน้าชั้น”    “นายชอบมาย่าเหรอ”    อิทธิฤทธิ์ชะงักกึก ไม่อยากให้คนอื่นรู้ “ชอบไม่ชอบ เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย”     “ถ้ามาย่ามีความสำคัญกับนายมากขนาดนี้ ชั้นจะช่วย พี่ธรรม์ไง เดี๋ยวให้พี่ธรรม์พาเข้างานสิ ชั้นโทรฯ ให้”    “ไม่ต้อง! ชั้นไม่ต้องการให้มันช่วย”    ธรรม์เดินมายื่นบัตรผ่านเข้างานให้ทั้งคู่ชนมนดีใจมาก อิทธิฤทธิ์ทำฟอร์มไม่ยอมรับบัตรผ่านเข้างาน ธรรม์ไม่สนใจ ชวนชนมนเดินเข้าไปในงานด้วยกัน อิทธิฤทธิ์หมั่นไส้ รีบเดินเข้าไปแทรก  กลาง    “ไหนว่า ไม่เข้าไปแล้วไง” ชนมนหันไปถาม    “มาด้วยกัน ก็ต้องไปด้วยกันดิ ชั้นกลัวเธอจะไปทำอะไรเฟอะฟะในงาน เดี๋ยวจะขายหน้าซะเปล่า ๆ แล้ววันนี้เธอมากับชั้น ก็ต้องอยู่กับชั้น”    อิทธิฤทธิ์ลากตัวชนมนเดินออกไป ชนมน หันมาโบกมือให้ธรรม์    “ขอบคุณสำหรับบัตรนะคะ พี่ธรรม์ ขอบคุณพี่ธรรม์สิ”    “ไม่” อิทธิฤทธิ์ปฏิเสธ แม้จะรู้สึกดีอยู่เหมือนกันที่ได้ธรรม์มาช่วย    ธรรม์ทำใจได้กับอิทธิฤทธิ์แล้ว ได้แต่ยิ้มขำ ๆ อย่างอ่อนใจหน่อย ๆ    มาย่าขู่ให้โอเจสารภาพความจริง และขอโทษที่หลอกลวงแฟน ๆ ถ้าไม่เช่นนั้นเธอจะเปิดโปงความจริงกลางงานแถลงข่าว เมนี่ช่วยวางแผนให้โอเจยอมรับสารภาพว่าพูดภาษาไทยได้ แต่ไม่ยอมรับว่าพูดเป็นตั้งแต่เกิด โอเจโกหกทุกคนว่าเพิ่งเรียนภาษาไทยได้หนึ่งเดือน มาย่านิ่งอึ้งไม่คิดว่าโอเจ กับเมนี่จะแก้ปัญหาหน้าด้าน ๆ อย่างนี้     บนเวที เมนี่พยายามสร้างข่าวมาย่ากับโอเจอย่างต่อเนื่อง มาย่าไม่สบายใจ กลัวธรรม์เข้าใจผิด พอลงมาจากเวทีได้ก็รีบต่อว่าเมนี่ทั้งเรื่องภาษาไทยของโอเจและเรื่องที่พยายามจับคู่เธอกับโอเจ    “ที่เราตกลงกัน ไม่ใช่แบบนี้นะคะ พี่เมนี่ หนูต้องการให้โอเจสารภาพความจริงและขอโทษทุกคน”    “ชั้นก็บอกความจริงไปแล้วไงว่า ชั้นพูดไทยได้”    “แต่นายบอกไม่หมด แล้วยังสร้างเรื่องโกหกใหม่ขึ้นอีก เพิ่งหัดพูดไทยได้เดือนเดียว? แต่นายพูดไทยได้ตั้งแต่เกิดแล้ว แล้วยัง...ยังมาตู่ว่าชั้นเป็นแฟนกับนายอีก! รู้มั้ยว่า ชั้นเสียหาย”     “เป็นแฟนชั้นเสียหายตรงไหน”    “เสียหายตรงที่มันไม่เป็นความจริง”            “ยังจะหาความจริงจากวงการนี้อยู่อีกเหรอคะ น้องมาย่าอย่าเรื่องมากนักเลย โอเจก็ไม่ได้บอกตรง ๆ ว่า เป็นแฟนกับน้องมาย่า แค่พูดกำกวมให้คน ฟังไปตีความเอง น้องมาย่าเป็นข่าวกับซุปตาร์เอเซีย ดีกว่าเป็นข่าวกับตำรวจกระจอก ๆ เป็นไหน ๆ”     ธรรม์เดินเข้ามาได้ยินถึงกับชะงัก    “ทีนี้น้องมาย่าก็ดังไม่หยุด แล้วยังได้โปรโมตหนังอีก งานนี้วินวินกันทุกฝ่ายค่ะ น้องมาย่า ขา...ไปค่ะ ไปสแตนด์บายได้แล้ว” เมนี่เห็นธรรม์ ยืนมองอยู่แต่ไม่ใส่ใจ    “ไปก่อนค่ะ เดี๋ยวหนูตามไป” เมนี่มองธรรม์อย่างไม่ชอบใจแต่ทำมาย่าโกรธหลายเรื่องเลยยอมดึงโอเจเดินออกไปก่อน    “พี่ธรรม์...”    “ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดเรื่องอื่น มาย่าต้องมีสมาธิ จำที่ซ้อมไว้ได้ใช่มั้ย ตั้งใจให้ดีนะ พี่จะคอยเอาใจช่วย พี่มาบอกแค่นี้แหละ” ธรรม์ ยิ้มให้กำลังใจก่อนเดินออกไป    มาย่ามองตาม ห่วงความรู้สึกของธรรม์มาก    มีการแสดงคิวบู๊โชว์บนเวที โอเจเล่นใหญ่เกินความจำเป็น แถมยังผิดคิวอยู่ตลอดเวลา ธรรม์ยืนดูมาย่าอยู่ใกล้เวทีอย่างเป็นห่วง     บนเวที มาย่าออกอาวุธหมัด เตะ เข่า ศอกได้อย่างยอดเยี่ยม โอเจยืนมองหาจังหวะโชว์ออฟไม่ได้ มาย่าตวัดเท้าจะเตะสตั๊นต์ด้วยท่าจระเข้ฟาดหาง โอเจถลันเข้าไปต่อยสตั๊นต์ให้กระเด็นไปแทน มาย่าเห็นโอเจมาขวางก็หยุดเสียจังหวะ เตะลมแทน เตะสตั๊นต์ เซเสียหลัก ล้มลงข้อเท้าพลิก    คนในงานฮือฮาตกใจส่งเสียงดัง โอเจตกใจ รีบหลบไปจากเวทีอย่างรวดเร็ว อิทธิฤทธิ์ รีบวิ่งไปที่เวที พร้อมกับกลุ่มนักข่าวและแฟนคลับที่กรูไปหน้าเวที อิทธิฤทธิ์เข้าไปไม่ถึงตัวมาย่า     ธรรม์อยู่ใกล้มาย่ามากกว่าใคร รีบกระโดดขึ้นไปดูอาการมาย่าบนเวที ธรรม์ประคองมาย่าที่นั่งอยู่ที่พื้น แตะข้อเท้าดูว่าหักหรือเปล่า แสงแฟลชวูบวาบทันที กลุ่มนักข่าวกับแฟนคลับกรูเข้าไปถ่ายรูปใกล้ ๆ มาย่าหลบกล้องไม่อยากถูกถ่ายรูปในสภาพอย่างนี้ ธรรม์ตัดสินใจอุ้มมาย่าเดินลงเวทีไปอย่างรวดเร็ว    นักข่าวตามไปสัมภาษณ์เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมาย่ากับธรรม์ ตี๋เล็กโผล่พรวดเข้าไปขวาง แสดงตัวเป็นแฟนมาย่า อิทธิฤทธิ์ตามไปขัดคอ    ธรรม์ฉวยโอกาสอุ้มมาย่าหลบเข้าห้องแต่งตัวไป ชนมนตามมาดึงตัวอิทธิฤทธิ์ออกไปจากวงล้อมนักข่าวได้ทันก่อนที่นักข่าวจะจำอิทธิฤทธิ์ได้     ตี๋เล็กพยายามจะให้สัมภาษณ์นักข่าวว่าเป็นแฟนตัวจริงของมาย่า เมนี่เข้ามาแทรก บอกตี๋เล็กเป็นแค่แฟนคลับ และธรรม์ก็ไม่ได้เป็นแฟนมาย่า ส่วนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่การจัดฉาก และเรื่องโอเจกับมาย่าก็ไม่ใช่รักโปรโมต     มาย่าโทษว่าเป็นความผิดของโอเจที่ผิดคิว โอเจไม่ยอมรับผิด เมนี่หาทางสร้างข่าวอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเรียกรถพยาบาลมารับมาย่าไปโรงพยาบาล และให้โอเจอุ้มมาย่าไปส่งที่รถพยาบาล แถมยังกันไม่ให้ธรรม์ตามมาย่าไปที่รถพยาบาลอีกต่างหาก     อิทธิฤทธิ์พยายามโทรศัพท์หามาย่า แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ตี๋เล็กที่ยืนอยู่กับอิทธิฤทธิ์เห็นธรรม์เดินหงอยออกมาจากโรงแรมก็รีบปรี่เข้าไปหา     “พี่ ๆ ตอนนี้น้องมาย่าอยู่ไหน”    “วันนี้มีเรื่องพอแล้ว นายกลับไปก่อน ไป”     ตี๋ “กันท่านี่หว่า ข่าวที่พี่กิ๊กกับน้องมาย่าเป็นเรื่องจริงเหรอ ผมว่า พี่ก็คงแอบรักน้องมาย่าฝ่ายเดียวแหละ อย่ามาทำเป็นหมาหวงก้าง บอกมาซะดี ๆ ว่า น้องมาย่าอยู่ไหน อย่าให้ต้องใช้กำลัง”    ชนมนสะกิดตี๋เล็กเบา ๆ “นี่นาย...พี่ธรรม์ เค้าเป็นตำรวจ”    “เป็นตำรวจแล้วไง”    “นายแน่ใจนะว่า นายอยากมีเรื่องกับตำรวจ พี่ธรรม์ไม่ได้เป็นตำรวจธรรมดานะ พี่เค้าเป็นลูกชายผู้การอิทธิพลนายตำรวจมือปราบด้วย”    “ลูกชายผู้การอิทธิพล นี่พี่เป็นพี่ชายไอ้อิทเหรอ แล้วไงเนี่ย พี่น้องจีบผู้หญิงคนเดียวกันเหรอ”     ตี๋เล็กพูดแทงใจโดยไม่ได้ตั้งใจ อิทธิฤทธิ์กับธรรม์มองหน้ากัน ธรรม์หลบหน้าเกือบมีพิรุธ    “กลับบ้านไป หรือถ้าอยากคุยต่อ ไปคุยกันที่โรงพัก”    ธรรม์มองตี๋เล็กดุ ๆ อย่างเอาจริง ตี๋เล็กเห็นท่าไม่ดีรีบแจ้นหนีไป อิทธิฤทธิ์จ้องธรรม์อย่างเอาเรื่อง รู้สึกว่าเรื่องธรรม์กับมาย่าเริ่มชัดเจนขึ้นทุกที    “ตอนนี้มาย่าอยู่ไหน”    “ตอนนี้มาย่ามีปัญหามากพอแล้ว นายอยู่ห่าง ๆ มาย่าไว้จะดีกว่า”    “นายต่างหากที่จะต้องอยู่ห่าง ๆ มาย่า บอกมา มาย่าอยู่ไหน รู้แล้ว ไม่ยอมบอกนี่หมายความว่าไง”     อิทธิฤทธิ์เข้าไปกระชากคอเสื้อธรรม์ ชนมน ดึงอิทธิฤทธิ์ออกมา     “นายอิท หยุดนะ พี่ธรรม์ทำถูกแล้วที่ให้นายอยู่ห่าง ๆ มาย่าไว้ก่อน นายก็เห็นว่า วันนี้เกิดเรื่องอะไรกับมาย่าบ้าง”    “นี่เธอเข้าข้างมันเหรอ”    “ชั้นไม่ได้เข้าข้างใคร ถ้านายเป็นห่วงมาย่าจริง ๆ นายก็ควรจะทำตามที่พี่ธรรม์บอก อย่าทำตัวเอาแต่ใจไม่มีเหตุผลได้มั้ย ชั้นขอซักวัน”    “เออ...ชั้นมันเอาแต่ใจ ไม่มีเหตุผล งั้นเธอก็กลับกับมันแล้วกัน วันนี้ไม่ต้องมาติว ชั้นอ่านหนังสือเองได้” อิทธิฤทธิ์เดินโกรธออกไป     ชนมนกับธรรม์มองตามอย่างอ่อนใจ     ธรรม์พาชนมนไปส่งบ้าน ชูชัยจับตามองธรรม์ไม่วางตา ธรรม์คิดว่าชูชัยคงหวงลูกสาว ชินรีบ  บอกไม่ใช่อาการหวงลูกสาวแต่ชูชัยไม่ชอบตำรวจ เลยไม่ค่อยพอใจนักที่เห็นชนมนพาธรรม์มาบ้าน     มาย่าไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่เมนี่ปล่อยข่าวไปว่าเอ็นข้อเท้าฉีก สุวิชเห็นข่าวก็ตกใจมาก รีบ โทรศัพท์มาสอบถามอาการ เมนี่รีบอธิบายความจริงให้สุวิชฟัง     “หนูจะได้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่คะ” มาย่ารีบถามเมนี่ทันทีที่เมนี่คุยโทรศัพท์กับสุวิชเสร็จ    “คงต้องออกพรุ่งนี้ นี่ถ้าไม่ติดงานอื่น พี่เมนี่อยากให้อยู่ต่อไปอีกซักสองสามวัน ให้โอเจแวะมาเยี่ยมทุกวัน ทีนี้ได้ข่าวรายวันโดยไม่ต้องลงทุนอะไร แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่เมนี่จะให้โอเจกับน้องมาย่าออกงานอีเวนต์ด้วยกัน ทั้งได้อัพค่าตัวเพิ่มแล้วยังสร้างกระแสได้ต่ออีก”    “ไม่ค่ะ หนูจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับโอเจอีก”    “พี่เมนี่ไม่ได้ให้ไปเป็นแฟนโอเจจริง ๆ ซะเมื่อไหร่ ก็แค่ไปออกงานด้วยกันไปกินข้าวด้วยกันเท่านั้น เดี๋ยวนักข่าวก็ไปเต้าข่าวต่อเองแหละ”     “ถ้าพี่เมนี่ไม่หยุดเรื่องนี้ หนูจะไปบอกนักข่าวเองว่า หนูกับโอเจเป็นแค่รักโปรโมต ทุกอย่างเป็นเรื่องโกหกหมด”    “ตอนน้องมาย่าเซ็นสัญญากับพี่เมนี่ คง  ไม่ได้ดูสัญญาให้ละเอียด มาย่าไม่มีสิทธิปฏิเสธงานและต้องทำตามที่พี่เมนี่บอกทุกอย่าง”    “แต่ก็ต้องเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น”    “เรื่องที่ต้องสร้างกระแสเป็นข่าวกับโอเจก็เรื่องงานค่ะ ภาพน้องมาย่าใส ๆ น่ารัก มันเริ่มน่าเบื่อแล้ว ดาราก็เหมือนสินค้าชิ้นนึง ต้องมีการเปลี่ยน แพ็กเกจ ทำโฆษณาใหม่ ให้ถูกใจคนซื้อ ถ้ายังอยากอยู่วงการนี้นาน ๆ ก็เชื่อพี่เมนี่เถอะนะคะ ถ้าไม่เชื่อ หนังที่ได้เล่นกับโอเจ อาจจะเป็นงานชิ้นสุด ท้ายก็ได้ พี่ไม่กวนแล้ว นอนพักมาก ๆ นะคะ จะได้หายเร็ว ๆ รักนะคะ”    เมนี่หอมแก้มมาย่าอย่างรักเอ็นดูเหลือเกินแล้วผละออกไป มาย่านิ่งอึ้งเหมือนถูกทุบหัว    ธรรม์ได้ยินข่าวมาย่าเจ็บหนักก็แอบไปเยี่ยมมาย่าที่ห้องพัก มาย่าที่กำลังอึดอัดใจ พอเห็นหน้าธรรม์ก็ถึงกับนํ้าตาไหลออกมา ธรรม์เห็นมาย่าร้องไห้ก็ตกใจลืมตัวเข้าไปกอดปลอบใจ มาย่ากอดธรรม์ไว้เหมือนหาที่พึ่ง    “พี่ช่วยอะไรได้บ้าง”    “พี่ธรรม์อยู่เป็นเพื่อนย่าก็พอ”    ธรรม์ปล่อยมือจากมาย่า เอามือเช็ดนํ้าตาให้ นั่งลงกุมมือมาย่าไว้    “ตอนที่พี่ได้ยินข่าวว่า ย่าต้องเข้าผ่าตัด พี่ตกใจแทบแย่ พี่น่าจะรู้...ข่าวจากคุณเมนี่ เชื่ออะไรไม่ได้อยู่แล้ว”    “ถ้าย่าไม่เจ็บหนัก พี่ธรรม์ก็จะไม่มาเยี่ยมย่าเหรอคะ”    “ย่าก็รู้ว่า ตอนนี้พี่ควรจะอยู่ห่าง ๆ ย่าไว้”    “พี่ธรรม์ไม่ต้องกลัวเรื่องข่าวย่ากับพี่ธรรม์หรอกค่ะ ข่าวก็คือข่าว ไม่ใช่เรื่องจริงซักหน่อย”    “ใช่...ไม่ใช่เรื่องจริงซักหน่อย...ย่ายังไม่บอกพี่เลยว่า ร้องไห้เรื่องอะไร”    “ย่าเหนื่อยน่ะค่ะ ย่าโทรฯ หาแม่ที่นิวยอร์ก อยากคุยกับใครซักคน แต่แม่ก็ไม่มีเวลาคุยด้วย ย่าว่านะ ตอนนี้แม่อาจจะลืมไปแล้วว่า หน้าตาลูกสาวคนนี้เป็นยังไง”    “ย่ามีอะไร คุยกับพี่ก็ได้ (ล้อเล่น) ไหน ๆ วันนี้ก็โดดงานแล้ว วันนี้พี่มีเวลาให้คุยกันถึงเช้าเลยก็ได้ มีอะไรก็ระบายมาให้หมด พี่มีเวลาให้ย่าเสมอ มีเวลาให้ทั้งชีวิตเลย” ธรรม์รู้ตัวว่าหลุดปาก รีบพูดแก้ “เป็นพี่ก็ต้องมีเวลาให้น้อง...ไม่ใช่เหรอ”     เช้าวันใหม่ อิทธิฤทธิ์เห็นข่าวธรรม์กับมาย่าในหน้าหนังสือพิมพ์ก็ไม่พอใจมาก รีบบุกไปคุยกับธรรม์ที่ห้องพัก     “นี่มันหมายความว่าไง?”    “นายก็น่าจะรู้ว่า มันจะต้องเป็นข่าว”    “ไอ้ข่าวนายอุ้มมาย่าหนีนักข่าว ชั้นเข้าใจ แต่ข่าวที่นายแอบไปเที่ยวกับมาย่านี่ นายจะว่าไง”    “ข่าวเก่าแล้ว นายอย่าไปสนใจเลย”    “แต่มันเป็นข่าวใหม่สำหรับชั้น นี่ชั้นคงตกข่าวไปเยอะล่ะสินะ...นายคิดอะไรกับมาย่า”    ธรรม์นิ่งอึ้งไม่กล้าสบตาด้วย ไม่คิดว่าจะโดนถามตรง ๆ            “ไอ้ขี้ขลาดเอ้ย แค่นี้ก็ตอบไม่ได้ งั้นชั้นจะบอกให้นะ ชั้นชอบมาย่า”    “ชั้นรู้...นายสบายใจได้เลย ชั้นไม่ได้คิดอะไรกับมาย่า ที่ผ่านมาชั้นทำตามหน้าที่เท่านั้น เกิดข่าวแบบนี้ คิดว่าชั้นชอบงั้นเหรอ มันไม่ได้ดีกับอาชีพชั้นเลย ตอนนี้งานตำรวจสำคัญที่สุด เรื่องอื่นไม่มีความหมาย”    “งั้นก็ดีแล้ว เพราะมาย่าเป็นผู้หญิงของชั้น ถ้าหากมาย่าจะมีรักแรก ต้องเป็นชั้น ไม่ใช่นาย”    อิทธิฤทธิ์เดินกระแทกไหล่ธรรม์ออกจากห้องไป ธรรม์ยืนนิ่ง ยอมรับสภาพ    อิทธิพลเห็นข่าวก็ไม่สบายใจเหมือนกัน ธรรม์พยายามอธิบาย “ผมอธิบายได้นะครับ คุณพ่อ ข่าวที่ลงเกินความจริง มาย่าเกิดอุบัติเหตุบนเวที ผมก็ต้องช่วยน้อง...”    “ไม่ต้องพูดต่อ พ่อเชื่อแก ชั้นพูดกับนายแกให้แล้ว แกไม่ต้องไปช่วยงานบริษัทหนังอีกต่อไปแล้ว ข้าราชการตำรวจเป็นข่าวหน้าหนึ่งอย่างนี้ มันมีแต่เสียกับเสีย ถ้าพ่อรู้ตั้งแต่แรก พ่อไม่ให้แกไปทำหรอก”     ธรรม์นิ่งยอมรับโดยดุษฎี แต่อดใจหายไม่ได้ อิทธิพลส่งแฟ้มประวัติให้ธรรม์ ธรรม์รีบพลิกดูอย่างกระตือรือร้น    “นี่แฟ้มประวัติไอ้เก่งกาจ ไอ้เก่งกาจกลับมาค้ายาอย่างที่พ่อคิดไว้จริง ๆ สายเราเพิ่งสืบได้ว่าตอนนี้มันตั้งตัวเป็นเอเย่นต์ขายยารายใหญ่ในท้องที่ของแกนั่นแหละ”    “ไอ้เก่งกาจเป็นแค่มือขวาไม่ใช่หรือครับ ทำไมเราไม่ไปตามจับไอ้คนที่ฆ่าพ่อผมซะเลยล่ะครับ ไปตามจับไอ้เก่งกาจทำไมให้เสียเวลา”     “ไอ้คนที่ฆ่าพ่อแกเป็นมาเฟียใหญ่ มันทั้งรวยทั้งมีอิทธิพล จะจับตัวมันไม่ใช่เรื่องง่าย สิบห้าปีมานี่ ไม่มีใครเคยเห็นมันเลย แต่พ่อเชื่อว่า ไอ้เก่งกาจรู้ว่า เจ้านายมันไปกบดานอยู่ที่ไหน”    “คุณพ่อยังไม่เคยบอกผมเลยว่า ไอ้คนที่ฆ่าพ่อผมชื่ออะไร”    “มันชื่อ...ชาติชาย” อิทธิพลนิ่งอึ้งไปครู่ ก่อนตัดสินใจเล่าเรื่องชาติชายให้ธรรม์ฟัง “มีเรื่องนึงที่แกควรรู้...ไอ้ชาติชายเป็นเพื่อนรักของพ่อแก ชาติชาย เที่ยงธรรมและพ่อเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก เราเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตลอด พอเรียนจบมัธยม พ่อกับเที่ยงธรรมก็สอบเข้าโรงเรียนนายร้อยได้ ส่วนไอ้ชาติไปเรียนที่ไหนก็ถูกไล่ออก ใช้ชีวิตไม่เป็นโล้เป็นพาย ไม่รู้ว่ามันจะเอายังไงกับชีวิต ตอนนั้นพ่อก็รู้สึกสังหรณ์ใจแล้วว่า มันกำลังจะเดินทางผิด แต่ก็ไม่คิดว่า มันจะพาชีวิตตัวเองดิ่งลงเหว”    ตอนนั้นทั้งสามคนอายุประมาณ 25 ปี อิทธิพลกับเที่ยงธรรมเป็นตำรวจยศ ร.ต.ต. ทั้งสองคนบุกจับผู้ค้ายาเสพติดในบ่อนแห่งหนึ่งเที่ยงธรรมเห็นแก่ความเป็นเพื่อน ยอมปล่อยชาติชายไป    “เที่ยงธรรมไม่รู้หรอกว่า นั่นเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายและโอกาสเดียวที่จะจับชาติชายได้ หลังจากนั้นไม่นานมันก็ไต่เต้าจนกลายเป็นมาเฟียขายยารายใหญ่ มีลูกน้องเป็นร้อย มันหลบหลีกกฎหมายได้เป็นสิบปี แต่เราก็ยังไม่เคยหมดหวัง เราจะต้องหยุดไอ้ชาติชายให้ได้…พ่อไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่เพื่อนจะกลายเป็นศัตรู ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่า เพื่อนจะฆ่าเพื่อนได้”    ตอนที่ทั้งสามคนอายุประมาณ 35 ปี อิทธิพลกับเที่ยงธรรมบุกเข้าจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในโกดังร้างแห่งหนึ่ง ชาติชายกับเก่งกาจวิ่งหนีเข้าไปในโกดัง เที่ยงธรรมบุกเดี่ยวตามเข้ามา เก่งกาจยิงใส่เที่ยงธรรมไม่ยั้ง อิทธิพลวิ่งตามเข้ามา ทันเห็นชาติชายยกปืนขึ้นพร้อม ๆ กับเก่งกาจ    อิทธิพลตกใจหันไปมองเที่ยงธรรม แค่เสี้ยววินาทีที่อิทธิพลกำลังตัดสินใจจะทำอะไรต่อไป เที่ยงธรรมถูกยิงล้มลงทันที เก่งกาจฉุดชาติชายให้วิ่งหนีออกไป อิทธิพลวิ่งไปหาเที่ยงธรรม เที่ยงธรรมหมดลมไปแล้ว อิทธิพลกอดเที่ยงธรรม ไว้โกรธแค้นชาติชายแทบกระอักเลือด    “พ่อแกถูกไอ้ชาติชายยิงตายที่นี่” อิทธิ พลพาธรรม์ไปที่โกดังร้าง     “ผมจะต้องทำยังไงถึงจะจับมันได้ครับ”    “พ่อสั่งลงไปแล้ว ให้ตั้งทีมพิเศษเพื่อทลายแก๊งค้ายาของไอ้เก่งกาจ เราจับมันได้เมื่อไหร่ ก็จะได้ตัวไอ้ชาติชายเมื่อนั้น ต่อไปแกไม่ต้องคิดเรื่องอื่นเลย นอกจากจับไอ้เก่งให้ได้ สิบห้าปีของการรอคอยจะต้องจบลง ความแค้นครั้งนี้แกจะต้องสะสางให้พ่อแก แกจะทำได้มั้ย นายธรรม์”     “ผมต้องทำได้ครับ คุณพ่อ ผมจะจับไอ้ชาติชายมารับโทษให้ได้” ธรรม์มีความมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้น งานนี้ไม่มีวันถอยแน่     ชินเห็นรูปชนมนถ่ายกับมาย่าที่บ้านอิทธิ ฤทธิ์ในโทรศัพท์มือถือของชนมน จึงรีบแย่งเอาโทรศัพท์มือถือไปให้ชูชัยดู    “พ่อ ๆ ดูดิ ดูพี่ชนทำกับผม”    “รูปพี่เค้าถ่ายกับเพื่อน แล้วไง”    “นี่พี่มาย่า แฟนผมไง พ่อ ดูดิ พี่ชนรู้จักกับพี่มาย่า ก็ไม่บอก”    ชนมนฉกมือถือคืนมาจากชิน “ไม่ใช่แค่รู้จักนะ สนิทกันมากด้วย ที่ออกไปทำงานทุกวัน ก็ไปติวให้มาย่านี่แหละ แล้วชั้นก็เคยไปบ้านมาย่า มาแล้ว เคยกินข้าวด้วยกัน เคยนอนคุยกัน...”    “มากไป ๆ คิดว่าผมเป็นเด็กสิบขวบรึไง อย่ามาหลอกเลย”    “ให้ชั้นโทรฯ หามาย่าเดี๋ยวนี้เลยมั้ยล่ะ”    ชินตาโตชะโงกมองที่มือถือของชนมนทันที ชนมนเปลี่ยนใจเก็บมือถือไป    “อยากได้เบอร์มาย่าล่ะซิ ฝันไปเถอะ”    “พี่ชนใจร้าย” ชินวิ่งกระฟัดกระเฟียดฟูมฟายออกไป    “ไหนบอกว่า ไปติวให้เด็กแว้นไม่ใช่เหรอ”    “มาย่าเป็นเพื่อนไอ้เด็กแว้นน่ะพ่อก็เลยมาติวด้วย”     “เป็นดาราดัง ไปเป็นเพื่อนเด็กแว้นได้ไง”    “ที่จริงอิทก็ไม่ใช่เด็กแว้นที่ซิ่งกวนเมืองหรอก เค้าอยากเป็นนักแข่งรถ เป็นพวกเด็กรวยที่เล่นมอเตอร์ไซค์แพง ๆ ไง พ่ออิทเป็นนายตำรวจดังด้วยนะพ่อ”     “ลูกตำรวจเหรอ ทำไมไม่เคยบอกว่าแกไปติวให้ลูกตำรวจ”     “พ่อคงไม่ห้ามหนูใช่มั้ย พ่อไม่ได้เกลียดตำรวจจริง ๆ จัง ๆ ใช่มั้ย”    “พ่อเกลียดจริง ๆ แล้วพ่อไอ้เด็กแว้นมันเป็นใคร ชื่ออะไร”    “บอกไป พ่อต้องรู้จักแน่ ๆ พ่ออิทก็ผู้การอิท…”    ชินแต่งตัวหล่อวิ่งออกมาขัดจังหวะ ชินจะขอตามไปติวกับชนมนด้วยเพราะอยากจะเจอมาย่า ชูชัยไม่ยอมให้ชินไป ชินเอารูปมาย่าที่ถ่ายคู่กับโอเจ แต่ตัดหัวโอเจออกแล้วเอารูปหัวตัวเองไปติดไว้แทน ให้ชนมนเอาไปขอลายเซ็นมาย่า  มาให้ ชูชัยหัวเราะขำชิน ลืมเรื่องพ่ออิทธิฤทธิ์ไปเสียสนิท    เมนี่ปล่อยข่าวว่าโอเจไปเฝ้ามาย่าที่โรงพยาบาลทั้งคืน นักข่าวตามไปสัมภาษณ์มาย่ากับโอเจที่กองถ่าย มาย่าไม่พอใจมาก แต่ไม่สามารถทำอะไรได้    อิทธิฤทธิ์ไม่ยอมอยู่ติวหนังสือที่บ้านชนมนต่อรองให้อิทธิฤทธิ์ท่องกฎหมายมาตรา 90 91 92 ให้ได้ก่อน อิทธิฤทธิ์ท่องได้มาตราเดียว บอก ที่เหลือจะไปท่องต่อที่กองถ่าย ชนมนจะอ้าปากค้าน แต่ไม่ทันถูกอิทธิฤทธิ์ดึงตัวขึ้นมอเตอร์ไซค์ ขับออกไปเสียก่อน     ตี๋เล็กให้อาม้าใช้เส้น มาแสดงเป็นนักเลงในหนังที่มาย่ากับโอเจเล่น ตี๋เล็กเล่นแข็งเป็นหิน ถูกสตีฟสั่งเทคยับ ฉากง่าย ๆ เล่นเท่าไหร่ก็ไม่ผ่าน ส่วนโอเจก็มาขอให้สตีฟปรับบทลดคำพูดลง แต่ละฉากขอพูดไม่เกินสิบประโยค สตีฟทั้งโกรธทั้งหงุดหงิด    ระหว่างพัก มาย่าแอบโทรศัพท์หาธรรม์  ธรรม์กดตัดสายมาย่าทิ้ง มาย่าผิดหวังเป็นอย่างมาก ตี๋เล็กกับอาม้าหอบนํ้าสมุนไพรมาให้มาย่าดื่ม อิทธิฤทธิ์โผล่พรวดเข้ามาขวาง ดึงตัวมาย่าออกไปคุยกันข้างนอก     “ไอ้ตี๋เล็กมันมาทำอะไรที่นี่”    “เค้าเล่นเป็นตัวประกอบ”    “นี่มันจ่ายไปเท่าไหร่เนี่ย ถึงได้มาเล่นหนังกับเธอ อยู่ห่าง ๆ มันไว้นะ ไม่งั้นเดี๋ยวได้เป็นข่าวอีก”     “ชั้นรู้น่า ว่าต้องทำยังไง แล้วเธอล่ะมาที่นี่ทำไม เสียเวลาติวเปล่า ๆ”     “ก็เป็นห่วง ไม่เป็นไรใช่มั้ย เรื่องข่าวน่ะ”    “ชินแล้วล่ะ”     “ดีแล้วที่ไม่เครียด แต่เห็นไอ้ธรรม์เครียดน่าดู มันไม่กล้ามายุ่งเกี่ยวกับเธอแล้วล่ะ กลัวเป็นข่าวอีก”    “ไม่จริง...เมื่อคืน...เอ๊ย...เมื่อวานไม่เห็น พี่ธรรม์พูดอะไรเลย”    ชนมนเดินเข้ามาหยุดฟังอยู่ห่าง ๆ    “มันคงเพิ่งคิดได้มั้ง ไม่งั้นวันนี้มันก็ต้องมาแล้วซิ ใช่มั้ยล่ะ นี่มันไม่มา...มันจะมาเสียเวลากับเธอทำไม สู้เอาเวลาไปสร้างผลงานดีกว่า มันรักงานตำรวจยิ่งกว่าอะไร ไอ้ที่มาช่วยฝึกสอนเธอน่ะ เพราะถูกเจ้านายบังคับ ถ้ามันเลือกได้ มันไม่ทำหรอก”    “เธออย่ามาคิดแทนพี่ธรรม์”     “ชั้นได้ยินจากปากของมันเอง มันบอกว่า ที่ผ่านมามันทำตามหน้าที่เท่านั้น งานตำรวจสำคัญที่สุด เรื่องอื่นไม่มีความหมาย เรื่องอื่นที่มันว่า ก็หมายถึงเธอนั่นแหละ”    มาย่านิ่งอึ้งอย่างเสียใจแต่พยายามรวบรวมสติ “ชั้น...ชั้นไปทำงานต่อก่อนนะ”    อิทธิฤทธิ์จะเดินตามมาย่าไป ชนมนเดินมาขวางทางไว้    “ชั้นผิดหวังในตัวนายจริง ๆ นายอิทธิฤทธิ์”    “ผิดหวังอะไร?”    “ชั้นก็ผิดหวังที่นายไม่เป็นลูกผู้ชายน่ะซิ แอบแทงข้างหลังคนอื่น ไม่แมนเอาซะเลย”     “แทงข้างหลังอะไร ชั้นพูดความจริง! ไอ้ธรรม์มันพูดกับชั้นอย่างนั้นจริง ๆ ชั้นก็อยากให้มาย่า ตาสว่าง เลิกคิดว่ามันเป็นคนดีซะที ชั้นผิดตรงไหน”    “นายคิดเหรอว่า นายกำจัดพี่ธรรม์ออกไปได้ แล้วมาย่าจะหันมามองนาย อย่างนายเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้นแหละ เพื่อนที่ไม่เอาไหน คอยแต่สร้างปัญหาให้มาย่า ๆ ไปเด็กแว้นอย่างนายตี๋เล็กยังดีกว่านายเลย”    “ไอ้ตี๋เล็กหน้าจืดมันดีกว่าชั้นตรงไหน”     “อย่างน้อยตี๋เล็กก็ยังใช้ความพยายามเอาชนะใจมาย่า เค้ามีเงินแต่ก็ยอมมาเป็นตัวประกอบกระจอก ๆ เพื่อให้ได้ใกล้ชิดมาย่า แล้วนายเคยทำอะไรบ้าง นอกจากตามมาย่าไปวัน ๆ”     “ชั้นจะพิสูจน์ให้เธอดูว่า ชั้นดีกว่าไอ้ลูกแหง่นั่น”    อิทธิฤทธิ์ดึงชนมนเข้าไปดูตี๋เล็กถ่ายละคร ตี๋เล็กยังคงแสดงแข็งเป็นหิน ถูกสตีฟสั่งเทคยับชนมนยังยืนยันว่าตี๋เล็กดีกว่าอิทธิฤทธิ์ ตรงที่กล้าทำในสิ่งที่อิทธิฤทธิ์ไม่กล้าทำ และมีความพยายามเป็นเลิศ เพราะถ้าเป็นอิทธิฤทธิ์คงถอดใจไปนานแล้ว อิทธิฤทธิ์คิดพิสูจน์ตัวเองให้ชนมนเห็น ด้วยการซิ่งมอเตอร์ไซค์เข้าไปในกองถ่าย แสดงบทบาทเดียวกับที่ตี๋เล็กพยายามจะแสดงแต่ไม่ได้เสียที     สตีฟชอบใจมาก รีบจัดการดึงตัวอิทธิฤทธิ์มาแสดงแทนตี๋เล็กทันที ชนมนไม่พอใจที่อิทธิฤทธิ์ไปแย่งงานตี๋เล็กอิทธิฤทธิ์ทำเป็นไม่สนใจท่าทีของชนมน อาม้าโวยวายจะถอนสปอนเซอร์ถ้าตี๋เล็กไม่ได้แสดง สตีฟต้องให้ตี๋เล็กกลับมาแสดงเป็นลูกน้องนักเลงเหมือนเดิม แต่คราวนี้ให้ไปยืนรวมกลุ่มกับพวกตัวประกอบ ไม่ต้องพูดอะไร การถ่ายทำถึงได้ผ่านไปได้ด้วยดี     หลังพักกอง สตาฟฟ์เอาเงินค่าตัว 500 บาท มาให้อิทธิฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์ไม่อยากยุ่งยากต้องส่งสำเนาบัตรประชาชนมาให้ แต่พอนึกถึงคำสอนของชนมนขึ้นมาได้ ก็ตัดสินใจจะรับเงินค่าตัวมา     ธรรม์กับอิทธิพลเดินออกมาจากห้องประชุมด้วยกัน    “พ่อคิดว่า อีกไม่นานไอ้เก่งกาจต้องส่งยาอีกแน่ แกต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ อย่าให้มีอะไรมาขัดขวางการทำงานของแกได้”    “คุณพ่อดึงผมมาช่วยคดีสำคัญ ๆ อย่างนี้จะดีหรือครับ ผมเองก็เพิ่งเรียนจบ ไม่อยากข้ามหน้าข้ามตาคนอื่น ไม่ใช่ผมไม่อยากเข้าร่วมทำคดีนะครับ แต่ผมไม่อยากให้มีเรื่องกระทบมาถึงคุณพ่อ”    “แกไม่ต้องห่วง ทุกคนเข้าใจดีว่า ทำไมพ่อถึงให้แกมาช่วยงานนี้ ไม่ใช่เพราะแกเป็นลูกชายพ่อ แต่เป็นเพราะแกเป็นตำรวจที่มีความสามารถ ที่พ่อบอกว่า อย่าให้มีอะไรขัดขวางการทำงานของแก ไม่ใช่เรื่องอะไรอื่นเลย นอกจากเรื่องความคิดของแกเอง เลิกคิดมาก จิตใจอย่าไขว้เขว ตอนนี้คดีนี้คือชีวิตของแก”     อิทธิพลตบไหล่ธรรม์แล้วเดินออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือธรรม์ดังขึ้นพอดี ธรรม์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเห็นชื่อมาย่าปรากฏอยู่บนหน้าจอ ธรรม์มองอย่างหนักใจ ก่อนตัดสินใจกดรับ    “ฮัลโหล มาย่า...ขอโทษนะ พี่ประชุมอยู่ ถ้าไม่จำเป็น อย่าโทรฯ มาอีก” ธรรม์กดปิดมือถืออย่างตัดสินใจได้แล้วแม้จะเจ็บแค่ไหนก็ตาม    ชนมนนั่งอ่านหนังสือรออยู่ที่โต๊ะม้าหิน อิทธิฤทธิ์เดินตามหาชนมนอยู่ พอเห็นชนมนก็รีบตรงไปหาอย่างอารมณ์ดี ชนมนเงยหน้าจากหนังสือ มองอิทธิฤทธิ์อย่างเฉยเมย    “กฎหมายอาญามาตรา 91 92 93 ท่องได้หรือยัง”    “เธอนี่กัดไม่ปล่อยจริง ๆ เมื่อกี้เธอเห็นที่ชั้นเล่นหรือเปล่า เท่ใช่มั้ยล่ะ”     “ก็...ก็โอเค”    “เล่นเทคเดียวผ่าน เก่งกว่าไอ้ตี๋เล็กเป็นร้อยเท่า พี่ผู้กำกับเค้าอยากเพิ่มบทให้ชั้นด้วยนะ แต่เค้าบอกว่า ต้องคิดดูอีกที เพราะชั้นดันหล่อเกินพระเอก เดี๋ยวจะไปฆ่าโอเจซะเปล่า ๆ” อิทธิฤทธิ์หัวเราะชอบใจ     ชนมนไม่หัวเราะด้วย เปิดหนังสือแล้วเลื่อนไปให้อิทธิฤทธิ์ “ทำตัวไร้สาระพอหรือยัง ท่องไป”    “เธอต้องยอมรับก่อนว่า ชั้นดีกว่าแน่กว่าไอ้ตี๋เล็ก”    “นายจะมาสนใจอะไรกับคำพูดของชั้น ชั้นคิดยังไง มันสำคัญกับนายมากนักเหรอ”    อิทธิฤทธิ์นิ่งอึ้งไปแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ดิ้นรนพิสูจน์ตัวเองกับชนมน “ก็...ก็ไม่สำคัญอะไร แต่ชั้นไม่ชอบให้ใครมาเปรียบเทียบชั้นกับไอ้ตี๋เล็ก มันคนละชั้นกัน”        ตี๋เล็กโยนขวดนํ้าโครมลงกลางวงที่โต๊ะม้าหิน “ไอ้ที่ว่าคนละชั้น หมายความว่าไง”    “แกมีอะไรสู้ชั้นได้บ้างล่ะ”    “คนอย่างแกมีอะไรดี นอกจากมีพ่อเป็นตำรวจใหญ่”     “แล้วคนอย่างแกมีอะไรดี นอกจากมีเงิน”     “อย่างน้อยชั้นก็ไม่เคยโกงสอบจนถูกไล่ออก แล้วขอให้พ่อใช้เส้นยัดกลับเข้าไปเรียนใหม่หรอกวะ”    “ชั้นไม่เคยขอให้พ่อช่วย”    “นั่น ยอมรับแล้วว่า พ่อแกใช้เส้น นี่แกโกงข้อสอบตั้งแต่อนุบาลเลยหรือเปล่า เออ มีพ่ออย่างนี้ ลูกถึงได้โกงไปเรื่อย เออ...หรือว่าไม่ใช่แก เท่านั้นที่โกง คงโกงมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เรียกว่าโกงมาทั้งโคตรเลย อย่างพ่อแกที่มีตำแหน่งใหญ่โต ก็คงจะโกงเค้ามาเหมือนกัน”    อิทธิฤทธิ์ปล่อยหมัดใส่หน้าตี๋เล็กทันที ตี๋เล็กเซถลาไปพอตั้งหลักได้ก็โผเข้าหาอิทธิฤทธิ์ ทั้งสองชกต่อยกันนัวเนีย    ชนมนเข้าดึงอิทธิฤทธิ์แต่ก็ถูกสลัดออกมา ชนมนเข้าไปใหม่พยายามดึงตี๋เล็กออกมาตี๋เล็กกระชากเสื้อชนมนเหวี่ยงออกไป ชนมนกระเด็นหงายหลัง อิทธิฤทธิ์กับตี๋เล็กซัดกันจนสะบักสะบอมทั้งคู่    อิทธิพลเห็นอิทธิฤทธิ์สะบักสะบอมกลับมาบ้านก็ไม่พอใจมาก “ชั้นสั่งแล้วใช่มั้ยว่า ห้ามไปก่อเรื่องอีก อิทธิฤทธิ์ ก็มีเรื่องไปแล้ว จะให้ทำไง”    “พูดง่ายดีนะ งั้นต่อไปห้ามแกออกไปจากบ้าน จะได้หมดปัญหา”    “ได้ พรุ่งนี้เปิดเรียนซัมเมอร์ ก็ไม่ต้องไปแล้วดิ ก็ดี ผมก็ขี้เกียจไปเรียนอยู่เหมือนกัน” อิทธิฤทธิ์เดินหน้ากวน ๆ ออกไป     อิทธิพลหน้าเครียดที่สั่งสอนอะไรไม่ได้ ถนอมเห็นอิทธิพลตึงเครียดรีบฉากหนีออกไปตั้งหลัก อิทธิพลหันมาเล่นงานชนมนแทน    “ไง ติวไปถึงไหนแล้ว รู้ใช่มั้ยว่า ชั้นจ้างเธอให้มาติวนายอิทไม่ใช่ให้ไปเที่ยวเล่นกับมัน ไปเที่ยวยังไม่พอ ยังไปมีเรื่องมาอีก”    อิทธิฤทธิ์เดินไปไม่ไกลนัก หยุดชะงักหันกลับมามอง    “อีกฝ่ายเค้ามาหาเรื่องอิทก่อนนะคะถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อิทก็ไม่อยากมีเรื่องหรอกค่ะ หลัง ๆ นี่อิทเค้าก็ตั้งใจเรียนขึ้น”    “นายอิทมันตั้งใจเรียน แต่ถ้าเธอไม่ตั้งใจสอน มันก็ไม่ได้ผล ที่เธอปล่อยให้มันออกไปข้างนอกทุกวัน มันใช้ได้ที่ไหน แรก ๆ ชั้นก็เห็นเธอขยันขันแข็งเอาใจใส่นายอิทดี หรือว่าต้องจ่ายเพิ่มอีก เธอถึงจะทำงานได้ดีกว่านี้”     “หนู...หนูขอโทษค่ะ ต่อไปหนูจะตั้งใจทำงานให้มากขึ้นค่ะ”    “อย่าให้ชั้นต้องไล่เธอออกเป็นครั้งที่สอง”    อิทธิพลเดินหน้าเครียดดุออกไป คนละทางกับที่อิทธิฤทธิ์ยืนอยู่ อิทธิฤทธิ์นิ่งอึ้งไม่รู้เรื่องที่ชนมนเคยโดนไล่ออก พอตั้งสติได้ก็รีบเดินเข้าไปดึงตัวชนมนไปทำแผล ชนมนมองอิทธิฤทธิ์อย่างรู้สึกดี อิทธิฤทธิ์เงยหน้าขึ้นมองชนมน ทั้งสองสบตากันนิ่ง    “ขอโทษนะ...ชั้นขอโทษด้วย...ที่ทำให้เธอโดนพ่อด่า”    “ไม่เป็นไร ต่อไปนี้เวลาเจอตี๋เล็กก็ห่าง ๆ ไว้ละกัน”    “ก็มันเข้ามาหาเรื่องก่อน”    “ก็ใช่ แต่...เป็นชั้น ชั้นก็ชกว่ะ ก็มันด่าถึงพ่ออ่ะ พ่อใคร ใครก็รัก ใช่มั้ย”    อิทธิฤทธิ์อึ้งไปครู่หนึ่ง เมื่อชนมนพูดแทงใจดำเรื่องพ่อ ชนมนจับสังเกตได้     “ขอโทษชั้นแล้ว ก็ต้องไปขอโทษพ่อนายด้วยนะ”     “ทำไมต้องขอโทษ”    “นายเรียนกฎหมายไม่ใช่เหรอ นายทำ ร้ายร่างกายคนอื่นก่อน ยังไงนายก็เป็นฝ่ายผิด ทำผิดก็ต้องยอมรับผิด”    อิทธิฤทธิ์รีบเปลี่ยนเรื่อง “พ่อเคยไล่เธอออกเหรอ เพราะชั้นใช่มั้ย...ต่อไปชั้นจะไม่ทำให้เธอเดือดร้อนอีก ชั้นสัญญา”    ชนมนมองอิทธิฤทธิ์อย่างรู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ อิทธิฤทธิ์ตั้งอกตั้งใจทายาทำแผลให้ชนมนจนเสร็จ แต่ด้วยความที่ไม่เคยทำอะไรเองมาก่อน มือชนมนจึงถูกโปะด้วยสำลีก้อนใหญ่แล้ว พันด้วยผ้าก๊อซหนามาก    “นี่มือหรือไม้ตียุง อย่างนี้ ตบทีเดียวคงตายคามือ”    ชนมนแกล้งยกมือที่พันผ้าก๊อซจะฟาดหน้าอิทธิฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์จับข้อมือชนมนไว้ ดึงชนมนมาอย่างแรง ชนมนเซหน้าคะมำเข้าไปใกล้หน้าอิทธิฤทธิ์อย่างไม่ทันตั้งตัว หน้าอิทธิฤทธิ์ใกล้กับหน้าชนมนมาก จมูกแทบชนจมูก ทั้งสองมองตากันนิ่งและนาน    ชนมนรีบรวบรวมสติ ดึงตัวเองกลับมา “ชั้น...ชั้นกลับนะรีบท่องมาตราต่อไปล่ะ”    อิทธิฤทธิ์เดินตามไปที่จอดรถจักรยานชนมน “ขี่รถกลับไหวหรือเปล่า ให้ชั้นไปส่งมั้ย”    “ไหว นายสภาพแย่กว่าชั้นอีก ไปล้างแผลทายาซะ แล้วถ้ารู้สึกตัวร้อน ๆ เหมือนจะเป็นไข้ ก็กินยาแก้ปวดกันไว้ก่อนเลยนะ”    “โดนมาหนักกว่านี้ ก็เคยมาแล้ว แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก กลับบ้านดี ๆ ล่ะ เอ้านี่ เงินที่ชั้นเคยยืมเธอ” อิทธิฤทธิ์ยัดซองเงินใส่ถุงผ้าของชนมนไป    “เงินอะไร?”    “เงินห้าร้อยบาทที่เคยยืมไง งก ๆ อย่างเธอเนี่ย ไม่น่าจะลืมเลยนะ”    “นายไม่ได้ติดชั้นแค่ห้าร้อยนะ นายติดเงินชั้นห้าร้อย...”    “แปดบาท นึกแล้วเชียว”              



ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
รักสุดฤทธิ์ วันที่ วันที่ 4 ธันวาคม 2556

LikePost โดย 0 สมาชิก :


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 
ร่วมขับเคลื่อนโดย