สนับสนุนเว็บ

ผู้เขียน หัวข้อ: การปลูกแห้ว  (อ่าน 386 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Permalink: การปลูกแห้ว

30/ก.ค./19 หัวข้อไอดี: 16902416 | ลิ้งค์หัวข้อ: /topic/16902416

ออฟไลน์ ก็มาดิค๊าป

  • ออฟไลน์
  • 1
    1
    0



  • Grade I
  • *
  • สมัครสมาชิกเมื่อ 30/07/2019

  • เพศ: ชาย
  • กระทู้ : 1
  • Like Post : 0
  • Peny : 1
  • 188804

    • ดูรายละเอียด


  • เข้าใช้งานล่าสุดเมื่อ 30/ก.ค./19


เรามีความรู้เรื่อง : การปลูกแห้ว มาให้ท่านศึกษาดังต่อไปนี้
การปลูกแห้ว จาก สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 5   
การปลูกแห้ว โดย นายไสว พงษ์เก่า และนายโสภณ สินธุประมา
ฤดูปลูก
          แห้วเป็นพืชที่ขึ้นในน้ำ  ขึ้นได้ดีในแหล่งที่มีการให้น้ำได้ตลอดปี  คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
ชอบ
อากาศอบอุ่นเกือบตลอดปี  ในการงอกต้องการอุณหภูมิในดินประมาณ ๑๔-๑๔.๕ องศาเซลเซียส  ฤดูปลูกที่เหมาะสมจึงควรเป็นต้นฤดูฝน ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอ  เริ่มเพาะเดือนมีนาคม-เมษายน ย้ายลงปลูกในแปลงใหญ่ได้ในราวเดือน  พฤษภาคม - กรกฎาคม  ฤดูเดียวกับการทำนา

การเลือกและการเตรียมที่
          แห้วขึ้นได้ในดินเหนียวหรือดินร่วน pH๖.๙-๗.๓ ขึ้นได้ในที่ราบ จนถึงที่สูงถึง ๑,๒๐๐ เมตร เตรียมดินโดยทำการไถ  พรวนให้ดินร่วนดี กำจัดวัชพืชให้หมด เหมือนการเตรียมดินปลูกข้าว

วิธีปลูก
          แห้วปลูกโดยใช้หัวเล็กๆ สามารถปลูกได้ ๒ วิธี  วิธีหนึ่งเพาะหัวแห้วในแปลงเพาะเสียก่อน คล้ายปลูกหอม  แต่ละหัวห่างกัน ๓-๔ ซม. ทำร่มรดน้ำ  จนกระทั่งต้นแห้วสูงประมาณ ๒๐-๓๐ ซม.  ในราว ๑๕-๒๐ วัน  จึงย้ายลงปลูกในแปลงเพาะ   ปลูกห่างกันราว ๙๐-๑๐๐ ซม. นานราว ๒ เดือน เมื่อแตกหน่อจึงใช้หน่อไปปลูกในแปลงใหญ่ โดยปักดำคล้ายดำนา วิธีนี้ปลูกในเนื้อที่ไม่มาก  อีกวิธีหนึ่งปลูกหัวแห้วลงบนแปลงใหญ่เลย ไม่ต้องเพาะก่อน  ถ้าเนื้อที่ไม่มากใช้มือปลูก  ปลูกลงใน หลุมลึก ๑๐-๑๒ ซม. แต่ในเนื้อที่มากๆ เช่น ในต่างประเทศ ปลูกด้วยมือไม่ทันต้องใช้เครื่องปลูก โดยเปิดร่องเสียก่อนแล้วหยอดหัวแห้วลงในร่องให้ห่างกันตามที่ต้องการ แล้วกลบ  ระยะปลูกที่ใช้กันในสหรัฐอเมริกา  ระยะระหว่างแถว ๗๕ ซม.   ระหว่างหลุม ๗๕ ซม. ในประเทศจีนปลูกเป็นรูปสามเหลี่ยม  ระหว่างต้นห่างกัน ๔๕-๖๐ ซม. สำหรับกสิกรไทยใช้ระยะปลูกห่างกันประมาณ ๑๐๐ ซม.

การให้น้ำ
          หลังจากปลูกแห้วแล้วทดน้ำเข้าให้ท่วมแปลงเป็นเวลา ๒๔ ชั่วโมง  แล้วปล่อยให้ระบายออกเมื่อต้นแห้วสูงประมาณ ๒๐-๓๐ ซม. ทดน้ำเข้าให้ระดับน้ำสูงประมาณ ๑๐-๑๕ ซม. เมื่อต้นแห้วสูงขึ้นเพิ่มน้ำขึ้นเรื่อยๆ จนแห้วสูงประมาณ ๕๐-๖๐ ซม. ให้น้ำ ๒๕-๓๐ ซม. จนตลอดฤดูปลูก

การกำจัดวัชพืช
         ถ้าได้เตรียมดินและกำจัดวัชพืชอย่างดีแล้วก่อนปลูกเกือบจะไม่ต้องกำจัด วัชพืช  ในต่างประเทศใช้สารเคมีป้องกันกำจัดวัชพืช เช่น ๒, ๔-D กสิกรไทยยังไม่มีการใช้สารเคมีดังกล่าว  จะกำจัดด้วยแรงงานหรือไม่กำจัดเลย

การใส่ปุ๋ย
         การปลูกแห้วในต่างประเทศ ใส่ปุ๋ยผสมเกรดสูงๆ ในอัตรา ๔๐๐ กิโลกรัมต่อไร่  ครึ่งหนึ่งใส่ก่อนปลูก อีกครึ่งหนึ่งหลังปลูก ๘-๑๐ สัปดาห์วิธีใส่ปุ๋ยครั้งนี้  ใช้วิธีหว่านเหมือนใส่ปุ๋ยในนาข้าว  ถ้าปล่อยน้ำให้แห้งก่อนได้ก็ดี  หว่านปุ๋ยแล้วปล่อยน้ำเข้า

โรคและแมลง
          โรคและแมลงที่ร้ายแรงไม่มี  แมลงที่พบเสมอ ได้แก่ ตั๊กแตน เพลี้ยไฟ ถ้าปลูกในดินที่เป็นกรดคือ pH ๕.๕  มักเกิดโรคซึ่งเกิดจากเชื้อราศัตรูที่พบนอกจากโรคแมลงได้แก่ ปู และปลากัดกินต้นอ่อน

การเก็บหัวและรักษา
          แห้วมีอายุประมาณ ๗-๘ เดือน เมื่อแห้วเริ่มแก่ คือ ใบเจิ๊มิ่ยวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และสีน้ำตาล  ผิวนอกของหัวเป็นสีน้ำตาลไหม้  แสดงว่าเริ่มทำการเก็บได้  ประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม  ระยะเดียวกันกับเก็บเกี่ยวข้าว  เก็บแห้วโดยปล่อยน้ำออกก่อนถึงเวลาเก็บ ๓-๔ สัปดาห์เพื่อให้ดินแห้ง  เก็บโดยขุดแล้วล้างหัว  ผึ่งให้แห้ง ถ้าปลูกมากอาจเก็บโดยใช้ไถ ไถลึกประมาณ ๑๕ ซม. พลิกหัวขึ้นมาแล้วเลือกหัวแห้วล้างน้ำ  สำหรับรายที่ไม่สามารถระบายน้ำออกได้  ซึ่งได้แก่ การปลูกในจังหวัดสุพรรณบุรี  ต้องเก็บแห้วโดยการใช้มือลงไปงมขึ้นมาเรียกว่า  "งมแห้ว" ในต่างประเทศผลผลิตหัวแห้วสดประมาณ ๓.๒-๖.๔ ตันต่อไร่  สำหรับประเทศไทยผลผลิตประมาณ ๓-๔  ตันต่อไร่  หรือประมาณ ๓๐๐ ถัง ขนาดของหัว ๓-๓.๕ ซม.
          หัวแห้วสามารถเก็บรักษาไว้ได้   โดยตากให้แห้งบรรจุในภาชนะที่รักษาความชื้นได้  หรือเก็บในอุณหภูมิ ๑-๔ องศาเซลเซียสได้นานกว่า ๖ เดือนขึ้นไป  กสิกรสามารถเก็บรักษาหัวแห้วไว้ได้เองโดยเก็บในภาชนะปิดสนิท  เช่น  ตุ่ม  ลังไม้หรือทรายแห้งสนิท เก็บได้นานประมาร ๖ เดือน ถ้าอยู่ในอุหณภูมิ ๑๔ องศาเซลเซียส หัวแห้วจะงอก

การงมแห้วและปลิดหัวแห้วออกจากกอ   

ประโยชน์
          หัวแห้วประกอบด้วยส่วนที่กินได้ร้อยละ ๔๖ ส่วนที่เป็นของแข็งประมาณร้อยละ ๒๒  ในจำนวนนี้เป็นโปรตีนร้อยละ ๑.๔  คาร์โบไฮเดรตและเส้นใยต่ำกว่าร้อยละ ๑  จากการวิเคราะห์หัวแห้วสดประกอบด้วย : ความชื้นร้อยละ ๗๗.๙  โปรตีนร้อยละ ๑.๕๓  ไขมันร้อยละ ๐.๑๕ ไนโตรเจนร้อยละ ๑๘.๙ น้ำตาลร้อยละ ๑.๙๔  ซูโครสร้อยละ ๖.๓๕  แป้งร้อยละ ๗.๓๔  เส้นใยร้อยละ ๐.๙๔  เถ้าร้อยละ ๑.๑๙  แคลเซียม ๒-๑๐ มิลลิกรัมต่อ ๑๐๐ กรัม ของส่วนที่กินได้  ฟอสฟอรัส ๕๒.๒-๖๕ มิลลิกรัม เหล็ก ๐.๔๓-๐.๖ มิลลิกรัม  ไทอามีน ๐.๒๔ มิลลิกรัม  ไรโบฟลาวิน ๐.๐๐๗ มิลลิกรัม  ไนอาซิน มิลลิกรัม  กรดแอสโคบิก (ascobic acid) ๙.๒ มิลลิกรัม
          แป้งที่ได้จากหัวแห้วมีลักษณะคล้ายคลึงกับแป้งจากมันเทศหรือมันสำปะหลัง และมีขนาดใหญ่จนถึง ๒๗ ไมครอน น้ำที่สกัดจากหัวแห้วประกอบด้วยสารปฏิชีวนะ
          หัวแห้วที่ซื้อขายได้  ต้องมีขนาดอย่างน้อยประมาณเส้นผ่านศูนย์กลาง ๓ ซม. ขึ้นไป เนื้อแห้วสีขาวกรอบ  รับประทานสด  บรรจุกระป๋อง  คั้นน้ำ หรือจะต้มทำขนม หรือใช้ประกอบอาหารก็ได้  มักเป็นอาหารจีน  นอกจากนี้ยังใช้ทำแป้งได้ด้วย  หัวเล็กๆ ใช้เลี้ยงเป็ดไก่ได้ดี หัวแห้วบางชนิดใช้ทำยาต้นแห้วใช้เลี้ยงปศุสัตว์  ใช้ในการบรรจุจิ๊มิบห่อผลไม้  ใช้ทำตะกร้า  ทอเสื่อ เป็นต้น

LikePost โดย 0 สมาชิก :


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 
ร่วมขับเคลื่อนโดย