สนับสนุนเว็บ

ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก  (อ่าน 83 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Permalink: วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

10/มี.ค./20 หัวข้อไอดี: 17025317 | ลิ้งค์หัวข้อ: /topic/17025317

ออฟไลน์ nanasee

  • ออฟไลน์
  • 6
    12
    0



  • Grade I
  • *
  • สมัครสมาชิกเมื่อ 10/03/2020

  • เพศ: หญิง
  • กระทู้ : 6
  • Like Post : 0
  • Peny : 12
  • 213847

    • ดูรายละเอียด


  • เข้าใช้งานล่าสุดเมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว



              การเป็นมะเร็งปากมดลูกนั้นมีสาเหตุหลัก ๆ มาจากการติดเชื้อฮิวแมนแป๊ปปิโลม่าไวรัส หรือเรียกสั้น ๆ ว่าเชื้อHPV เชื้อที่สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ และสิ่งที่น่ากลัวไปกว่านั้น..คือเมื่อได้รับเชื้อ HPV แล้วจะไม่มีอาการใด ๆ จนกว่าเชื้อจะพัฒนากลายเป็นมะเร็ง และนอกจากนี้ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านอื่น ๆ ที่ส่งผลให้เป็นมะเร็งปากมดลูกได้ง่ายขึ้นอย่างเช่น ผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไปจัดว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงมาก  รวมถึงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ ,การสูบบุหรี่, การมีบุตรจำนวนมาก ,การที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์) ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนไปกระตุ้นและส่งผลให้เป็นมะเร็งปากมดลูกได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็งปากมดลูกก็ควรที่จะต้องหลีกเลี่ยงการกระทำต่าง ๆ เหล่านี้ และควรที่จะต้องไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเพื่อเป็นการตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูกหรือตรวจหารอยโรคเพราะถ้าไม่เป็นก็ดีไป แต่ถ้าเป็นการตรวจเจอเร็วในระยะแรก ๆ ก็ย่อมเป็นผลดีต่อการรักษาอยู่แล้ว โดยการตรวจมะเร็งปากมดลูกนั้นมีหลายวิธี วิธีที่นิยมใช้กันจะมีดังนี้

          วิธีการตรวจคัดกรองคุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
มะเร็งปากมดลูก
ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

1.การตรวจเซลล์ปากมดลูกด้วยวิธีทางเซลล์วิทยา หรือแป๊ปสเมียร์ (Pap smear) ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจเช็คให้ในขณะที่ทำการตรวจภายใน ซึ่งหลังจากตรวจเสร็จแพทย์จะนัดฟังผลตรวจหรือแจ้งผลให้ทราบในภายหลัง หากมีความผิดปกติก็จะใช้การรักษาตามความผิดปกติของรอยโรค

2.การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยเซลล์วิทยา ร่วมกับการตรวจหาเชื้อ HPV ชนิดที่มีความเสี่ยงสูง การตรวจวิธีนี้มีข้อดีคือ แพทย์สามารถให้การดูแลรักษาเซลล์ปากมดลูกที่ผิดปกติได้ดีขึ้น แต่มีข้อเสียคือ ผู้ป่วยต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก

                 ในปัจจุบันแนะนำให้ผู้หญิงตรวจภายในพร้อมตรวจแป๊ปสเมียร์ในกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์แล้วประมาณ 3 ปี หรืออายุมากกว่า 30 ปี หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็งปากมดลูกในระยะที่รุนแรงและยากต่อการรักษาค่ะ


LikePost โดย 0 สมาชิก :


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 
ร่วมขับเคลื่อนโดย