สนับสนุนเว็บ

ผู้เขียน หัวข้อ: โรค ใหม่ "ไฟโบรมัยอัลเจีย" ปวดทั่วร่างกาย-ทำลายจิตใจ  (อ่าน 1698 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ นู๋กาญจน์

  • ออฟไลน์
  • 351
    0
    1189



  • Sponsor
  • *****
  • สมัครสมาชิกเมื่อ 28/03/2010
    YearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYears
  • กระทู้ : 351
  • Like Post : 1189
  • Peny : 0
  • 1894

    • ดูรายละเอียด


  • เข้าใช้งานล่าสุดเมื่อ 23/ธ.ค./12


โรคใหม่ "ไฟโบรมัยอัลเจีย" ปวดทั่วร่างกาย-ทำลายจิตใจ

เผยข้อมูลพบผู้ป่วยโรคใหม่ "ไฟโบรมัยอัลเจีย" ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทยมากขึ้น

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานสัมมนาที่ห้องประชุม เบฟเวอรี่ ฮิลล์ โรงแรมคอนราดกรุงเทพฯ เปิดเผยผลสำรวจล่าสุดจาก "โครงการการสำรวจแนวโน้มและความตระหนักรู้เกี่ยวกับ โรคไฟโบรมัยอัลเจีย ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" เพื่อนำเสนอโรคไฟโบรมัยอัลเจียให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เนื่องจากโรคดังกล่าวเป็นโรคใหม่ และเพิ่งมีการศึกษาและสำรวจไม่นานมานี้

ดร.เฮ นรี่ ลู หัวหน้าประจำคลินิกควบคุมความปวดมาคาติ ณ ศูนย์การแพทย์มาคาติ ฟิลิปปินส์ อธิบายอาการของโรคไฟโบรมัยอัลเจีย ว่า ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดเรื้อรังและลุกลามไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ระดับอาการปวดเทียบได้เกือบเท่ากับระดับของการปวดในไมเกรน ขณะนี้ทั่วโลกมีผู้ป่วยเป็นโรคดังกล่าวอยู่ถึง 40 ล้าน และผู้ป่วยบางคนไม่ทราบว่าตนนั้นป่วยเป็นโรคนี้อยู่

"อาการปวดจากโรค ไฟโบรมัยอัลเจีย มีเอกลักษณ์อยู่ตรงที่อาการปวดจะค่อย ๆ แผ่ขยายออกไปตามร่างกายของผู้ป่วย ข้อมูลจากการวิจัยในผู้ป่วยในประเทศสหรัฐ พบว่า ผู้ป่วยจะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ในบางรายที่เป็นหนักถึงขั้นชา และนอนไม่หลับ เป็นต้น" ดร.ลู กล่าว

จากข้อมูลและหลักฐานทางวิทยา ศาสตร์ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า สาเหตุของโรคมาจากสมองส่วนที่ทำหน้าที่รับรู้ความเจ็บปวด ซึ่งอาจเป็นส่วน "ทาลามัส" ทำงานไวผิดปกติ เพราะปัจจัยหลัก 3 ประการ คือ ความผิดปกติทางพันธุกรรม เคยบาดเจ็บอย่างรุนแรง หรือเกิดจากปัจจัยแวดล้อม เช่น เคยถูกทารุณกรรม เมื่อเป็นหนักเข้าจะทำให้ผู้ป่วยสุขภาพร่างกายและจิตใจถดถอยลง บางรายถึงขั้นเสียสติ เพราะทนอยู่กับอาการป่วยมานานและไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

ด้าน รศ.น.พ.ประดิษฐ์ ประทีปะวณิช นายกสมาคมการศึกษาเรื่องความปวดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับผู้ที่คิดว่าตนป่วยเป็นโรคดังกล่าวอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ให้ไปพบแพทย์ที่ไปพบอยู่ประจำ เพราะจะรู้ประวัติผู้ป่วยซึ่งมีความสำคัญมาก ในการใช้ประกอบการวินิจฉัย แล้วจึงปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ไปตามขั้นตอน






ข้อมูล จาก ข่าวสด

LikePost โดย 0 สมาชิก :


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 
ร่วมขับเคลื่อนโดย