สนับสนุนเว็บ

ผู้เขียน หัวข้อ: คัมภีร์หัวใจดาวเทียม ภาค2  (อ่าน 1856 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Permalink: คัมภีร์หัวใจดาวเทียม ภาค2

27/มี.ค./11 หัวข้อไอดี: 49771 | ลิ้งค์หัวข้อ: /topic/49771

ออฟไลน์ น้ำใจไทย

  • ออฟไลน์
  • 184
    0
    1408



  • Genius
  • *****
  • สมัครสมาชิกเมื่อ 27/03/2011
    YearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYears
  • กระทู้ : 184
  • Like Post : 1408
  • Peny : 0
  • 34600

    • ดูรายละเอียด


  • เข้าใช้งานล่าสุดเมื่อ 23/ก.ค./11


เราเคยสงสับไหมครับ ว่าจานรับสัญญานดาวเทียม บางครั้งก็เรียกว่าจานดาวเทียม ทำงานได้อย่างไร

      คิออย่างนี้ครับ.....ธรรมดาเราต้องเข้าใจก่อนว่า ปกติ TV บ้านเราเค้าส่งภาพมาอย่างไร Cable TV ส่งมาอย่างไร   และดาวเทียม ส่งมาอย่างไร

       ปกติแล้ว รายการ TV ช่อง 3 5 7 9 11 Tpbs จะมีการส่งสัญญาณเป็นคลื่นวิทยุโทรทัศน์ ส่งมาจากตึกสูงๆ เช่นตึกใบหยก 2 ที่กทม. แล้วยิงสัญญานไปเป็นวงกว้าง ไปในแนวขนานกับพื่นดิน ไกลเท่าที่แรงของคลื่นที่จะส่งไปได้  ถ้าสถานีส่ง อยู่ที่ กทม แล้วส่งไปที่ เขตปริมณฑลก็ยังรับภาพได้ชัด แต่ถ้าเริ่มไกลออกไปต่างจังหวัด เช่น สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี ราชบุรี อยุธยา  นครนายก ฉะเชิงเทรา  ก็จะยากที่จะรับชัดแล้ว.....วิธีแก้ เค้าก็ตั้งสถานีรับสัญญาณมาส่งต่ออีกที ...โดยรับสํญญาณดาวเทียม โดยใช้จานดาวเทียม

            ปัจจุบันนี้ ที่เรารับสัญญาน TV ได้ไม่ชัด คือมีเม็ดจุดขาวๆ เพราะ ไม่ใช่แค่สัญญานอ่อนอย่างเดียว เป็นเพราะ มีคลื่นวิทยุอื่นมาผสมอยู่ในจอ TV ด้วย เช่นคลื่นวิทยุชุมชน คลื่น วอ.

           คนบนพื้นดินดินก็เลยคิดวิธีที่จะรับภาพได้ชัด ก็เลยคิดว่า น่าจะมีอะไรที่อยู่บนฟ้า ที่ทำหน้าที่เมือนกระจกสะท้อนสัญญาน โดยเค้าจะส่งสัญญาน TV ขึ้นไปอีก 1 ชุด มีช่องทุกช่องเลย แถมช่องใหม่ๆที่ข้างล่างไม่มี ส่งขึ้นไป แล้วส่งสัญญานสะท้อนลงมา...เค้าใช้ ดาวเทียม ขึ้นไปรอรับสัญญานที่ส่งมาจากข้างล่าง  แล้วดาวเทียม ก็ยิงลงมาบนโลกให้จานดาวเทียมรับ เมื่อจะยิงลงมาทั้งที ก็ บางครั้ง ก็อยากจะยิงกว้างๆ ครึ่งโลกเลย หรือบางครั้งก็อยากจะยิงแค่ ประเทศเดียว ก็แล้วแต่สถานีข้างล่างจะสั่งการขึ้นไป


          ทีนี้เค้าก็ต้องส่งดาวเทียมขึ้นไปในอวกาศนอกโลก ทำไมไม่ลอยไว้บนท้องฟ้า ก็บนท้องฟ้ามันลอยไม่ได้ มันจม ก็เลยส่งมันออกไปบนอวกาศเลย...แต่เค้าก็ยังไม่อยากส่งไปไกลโลกมาก เพราะถ้าไกลมาก มันจะลอยหนีโลกเราไป เค้าก็เลยส่งห่างจากโลกแค่ประมาณ 27,000 กิโลเมตรก็พอ ยังพอมีแรงดึงดูดของโลกดูดติดโลกไว้ไม่หนีไปไหนไกล ก็เหมือนกับรูปข้างบน


           เมื่อส่งสัญญานขึ้นไปแล้ว ดาวเทียมก็จะยิงสัญญาณสะท้อนลงมา ที่ จานดาวเทียม การยิงสัญญานลงมา มี 2 แบบ คือ

        1.เรียกว่าส่งแบบ C-BAND เค้าจะยิงความถี่ต่ำเป็นวงกว้าง ครึ่งซีกโลกก็มี   สัญญานที่ส่งระบบนี้จะมีความแน่นของสัญญานน้อย ไม่ค่อยเข้มข้น เพราะฉะนั้นเวลา ใช้จานดาวเทียมรับ ก็ต้องใช้จานดาวเทียมขนาดใหญ่รับ เหมือนช้อนกุ้งในแม่น้ำ มันมีกุ้งอยู่น้อย ก็ต้องใช้สวิงอันใหญ่ๆช้อน

        2. เรียกว่าส่งแบบ KU-BAND เค้าจะยิงความถี่สูงเป็นวงแคบ ส่องลงมา ถ้าเปรียบเป็นลำแสงก็เหมือนแสงไฟ ที่ใช้บนเวทีคอนเสริท จะส่งเป็นวงแคบ ยิงลงมาเป็นจุด เช่น รายการของ UBC หรือ รายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษา DLTV  หรือ SAMART หรือ DTV ช่อง IPM ก็ส่งระบบนี้ คือยิงสัญญาณดาวเทียม ลงมาแค่จุดเดียวคือ ที่ประเทศไทย

         รายการ Cable ของต่างประเทศ ระบบ จานดาวเทียม บางประเทศก็ใช้ระบบนี้ส่งเหมือนกัน  เช่น รายการ TV ASTRO ของ มาเลเซีย รายการ TV DREAM ของ ฟิลิปปินส์  และ รายการ I-sky Net ของไต้หวัน เมื่อส่งลงมาแคบ ก็คือบีบอัดสัญญานจานดาวเทียม  มาแน่น เวลาใช้จานดาวเทียม รับ ก็เลยไม่ต้องใช้จานใหญ่ ใช้แค่จานสี ขนาด 70 Cm. ก็รับสัญญานได้แล้ว

         ระบบการส่งทั้งสองแบบ ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน

ข้อดีของการส่งระบบ C-BAND มีข้อดีตรงส่งได้กว้าง คนรับก็จะรับได้เยอะ และ ไม่กลัวฝน เพราะคลื่นของมันความถี่ต่ำ ไม่สูง   
ข้อเสียคือ เวลารับ ต้องใช้ จานดาวเทียม ขนาดใหญ่เพราะสัญญานที่ส่งมามันไม่แน่น ขนาดจานดาวเทียม ที่เล็กที่สุดของระบบนี้ ยังกว้างถึง 125 Cm. เลย  จานใหญ่ๆของระบบนี้ ใหญ่ถึง 3 เมตร   
  ข้อดีของการส่งระบบ KU-BAND คือมันจำกัดพื้นที่ได้ คนส่งเค้าสามารถบังคับพื้นที่สัญญาน หรือ บีม  บังคับเป็นวงๆได้ คือกันไม่ให้ประเทศอื่นรับได้ และข้อดีอีกอย่างคือ สัญญานจานดาวเทียมถูกบีบให้เข้ม ทำให้ใช้จานเล็กก็รับได้แล้ว มีผลต่อต้นทุนค่าจาน  และ การติดตั้งก็ง่าย ทำให้ขยายสมาชิกได้เร็ว CABLE จานดาวเทียมทั้งหลายจึงชอบใช้ระบบนี้
ข้อเสีย คือ กลัวม่านน้ำในอากาศ หรือกลัวฝน ฝนมาแรงๆ ถ้าตั้ง จานดาวเทียม ไม่ดีก็ดูไม่ได้เลย ขึ้น No Signal ไม่มีสัญญาน หรือ สัญญานอ่อน
        เพราะฉะนั้น เวลาเรียกจานดาวเทียม ก็เลยเรียกจานดาวเทียม ตามชื่อของระบบการส่งสัญญาน เช่น จาน C-BAND ใช้รับสัญญานดาวที่เทียม ที่ส่งมาระบบ C-BAND  จาน KU-BAND ใช้รับสัญญาณจานดาวเทียมที่ส่งมาระบบ KU-BAND วิธีแยกความแตกต่างง่ายๆ  จาน C-Band จะเป็นจานดำใหญ่ จาน KU-BAND จะเป็นจานดาวเทียม ที่มีสี เล็กไม่ว่าจะเป็น สี แดง เหลือง ขาว ฟ้า น้ำเงิน ก็ถือว่าเป็นจานดาวเทียม มีสี

รูปจานดาวเทียม ระบบ C-BAND 

                         

รูปจานดาวเทียม ระบบ KU-BAND

 
             

             เมื่อเราได้สัญญานดาวเทียม จากบนฟ้ามาถึงจานแล้ว สัญญานก็จะสะท้อนโดน จานดาวเีทียม เหมือนลูกสนุกเกอร์ ไม่ว่าสัญญานจะมาจากทางไหน เวลาสะท้อนจะสะท้อนไปที่เดียว คือลงหลุม เอ้ย ไปที่หัวรับสัญญานดาวเทียม เค้าเรียกภาษาช่างว่า แอลเอ็นบี LNB คือหัวกระบอกกลมๆที่แอบอยู่ในหมวก จานดาวเทียม หรือแท่งดำๆที่คล้ายๆไฟฉาย ส่องอยู่ที่จานดาวเทียม UBC มันก็คือตัวรับสัญญาณ นั้นเองครับ

รูป LNB C-BAND 

 
                       
รูป LNB KU BAND

                           
ผ่า ดูข้างใน LNB KU BAND

 
                                                                                                                         

แผงวงจร LNB KU BAND

             
แผงวงจร LNB C-BAND



 สรุปแล้ว LNB ที่ใช้บ่อยๆ มี 2 ชนิดคือ

         1.LNB C BAND ใช้กับจานดาวเทียม สีดำ

         2.LNB KU BAND UNIVERSAL ใช้กับจานดาวเทียมสี หรือจานดาวเทียมระบบ KU บางคนก็เรียกจานทึบ  หรือ จาน OFF SET

          แต่พวกชาว DUO ชอบนำหัวที่ใช้กับจานดาวเทียม สี ระบบKUมาใช้กับ จานดาวเทียม ระบบ C BAND แล้ว ใช้ดีกว่าจานดาวเทียมระบบ KU ของมันอีก

          เวลาติดตั้ง LNB ต้องป้อนหมายเลขประจำหัวLNB หรือเลขกำหนดความถี่ ลงในเครื่องรับ จานดาวเทียม  ด้วย ไม่งั้น มันทำงานไม่ได้

เลขประจำหัวของ LNB

        - LNB C BAND  คือ 5150

        - LNB KU BAND UNIVERSAL คือ 9750 ถ้ามันไม่รับ ให้ใส่เลขสำรองคือ 10600 ถ้าไม่ได้จริงๆ ให้ใส่เลขสำรอง2 คือ 10750 (เครื่องรับยี่ห้อสามารถDTH และ จานเหลืองDTV)

          ถ้าเป็น LNB KU UBC เลขประจำตัวมันคือ 11300

           เมื่อสัญญานดาวเทียมมาถึงพื้นโลกแล้ว LNB ก็จะทำหน้าที่เหมือน ทูต คือเชิญสัญญานเข้ามาในโลกให้ใช้ในโลกได้ แล้วมันก็จะส่งต่อให้เป็นหน้าที่ของ RECIEVER

         RECIEVER รีซีพเวอร์ หรือเครื่องรับ จานดาวเทียม  มีหน้าที่หลักคือ แปลงสัญญานจาก หัว LNB ให้กลายเป็นภาพ VDO หรือ MPEG2
 

         รีซีพเวอร์ ทั่วๆไปจะมี 5 แบบ  ทุกแบบดูช่องฟรีได้อยู่แล้ว

แบบเสียบการ์ดไม่ได้ ดูได้แต่ช่องฟรี เช่น PSI รุ่นSTAR SR3/5,  DYNA  No.1mini, Info  Zimplebox 3/4 รุ่นราคาถูกทั้งหลาย
แบบเสียบการ์ดไม่ได้ แต่เติมช่องใหม่เองได้ OTA เช่น PSI BONUS ,DFIX  OTA ,IPM 801
แบบเสียบการ์ดไม่ได้ แต่ถอดรหัสได้ เช่น PSI BONUS , IPM 801 ดู Ipm 3-8 , สำรวจโลก
แบบเสียบการ์ดได้ ดูได้ถ้ามีการ์ด ที่ตรงกับชนิดของสัญญาณที่ส่งมา    มีเยอะรุ่นมาก ที่ใช้กันบ่อย ก็ TOPFIELD ( UBC) , Infosat (Smile TV , MTV THAI ) ฯลฯ
แบบเสียบการ์ดได้ และยังมี PORT LAN/ADSL  รับรหัสเพื่อดู CABLE TV  ยอดฮิต ได้ด้วย ที่ Popular  ก็ DREAMBOX
และที่กำลัง มาแรง E-BOX infosat 
                   ถ้ามีลูกเล่นอะไรเยอะก็แพงหน่อย ถ้ามีอะไรน้อยก็ถูก เช่น เติมช่องเองไม่ได้ ไม่มีปุ่มกด ก็จะถูกลง

          สรุปแล้ว ถ้าจะดูช่องฟรี THAICOM C-Band  , KU , NSS6 , ST1 ต้องใช้แบบ 1 ถ้าใช้
จานดาวเทียมดำ C-BAND

          แต่ถ้าเป็นจานดาวเทียม มีสี UBC , SAMART , DTV ขนาดแค่ช่อง 3 ,5 ,7 ,9 ,11 ,ThaiPBS ยังต้องใช้รีซีพเวอร์ที่ถอดรหัสได้เลยแบบที่ 3  เช่น รีซีพเวอร์ SAMART , DTV หรือ UBC

             จะเลือกอะไรก็แล้วแต่ชอบครับ

             แต่ถ้าจะดู CABLE ไทย , MULTICHOICE แอฟริกา , DREAM ฟิลิปปินส์ , ASTRO มาเลเซีย , ZEE อินเดีย , I-SKY ไต้หวัน มีหนังพิเศษ  ต้องใช้แบบ ที่ 4 โดยใช้การ์ดแท้

           
             RECIEVER ที่คนใช้ติดตลาด

   แบบ 1)  PSI sr3 /Sr5 , Infosat zimple box 3 / 4 , Dyna no1 mini.,SAMART 111 ,MY IDEA TOP1

   แบบ 2)  PSI BONUS , IPM801 , UBC เติมช่อง OTA อัติโนมัติ จากจานดาวเทียม

   แบบ 3)  IPM ถอดรหัส ดู IPM1-8 และ ESPN

   แบบ 4)  UBC , DYNA , Infosat ฯลฯ

   แบบ 5)  แบบรับรหัสจาก INTERNET ADSL ก็ DREAM BOX ของแท้เยอรมัน ของ  COPY จีนแดงเยอะสุด รองลงมา TAIWAN , E-BOX ของ Infosat

LikePost โดย 1 สมาชิก :


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 
ร่วมขับเคลื่อนโดย