สนับสนุนเว็บ

ผู้เขียน หัวข้อ: วิวัฒนาการระบบดาวเทียม  (อ่าน 2176 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Permalink: วิวัฒนาการระบบดาวเทียม

27/มี.ค./11 หัวข้อไอดี: 49777 | ลิ้งค์หัวข้อ: /topic/49777

ออฟไลน์ น้ำใจไทย

  • ออฟไลน์
  • 184
    0
    1408



  • Genius
  • *****
  • สมัครสมาชิกเมื่อ 27/03/2011
    YearsYearsYearsYearsYearsYearsYearsYears
  • กระทู้ : 184
  • Like Post : 1408
  • Peny : 0
  • 34600

    • ดูรายละเอียด


  • เข้าใช้งานล่าสุดเมื่อ 23/ก.ค./11


วิวัฒนาการระบบดาวเทียม
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
                                         
ดาว เทียมดวงแรกของโลก ได้ถูกส่งเข้าสู่วงโคจรครบ 30 ปี เมื่อเดือนตุลาคม 2530 แต่พัฒนาการของดาวเทียม ได้มีมาก่อนหน้านั้นเป็นเวลานาน ในลักษณะของ Flying rocket ดาวเทียมเพื่อ การสื่อสารได้ถูกส่งเข้าสู่วงโคจรเป็น ครั้งแรกเมื่อ 20 ปีมาแล้ว และได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้ามาเป็นลำดับ สำหรับประเทศไทยนั้น ได้มีการนำเอาระบบ สื่อสารดาวเทียมมาใช้งานนานแล้วเช่นกัน โดยเฉพาะ ในการใช้งานระหว่างประเทศ ระหว่างภูมิภาค และในประเทศเอง หน่วยราชการ ที่มีระบบสื่อสารดาวเทียม ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน เช่น หน่วยงานใน สังกัดกระทรวงคมนาคม กระทรวง มหาดไทย กระทรงกลาโหม เป็นต้น สำหรับบริษัทเอกชนนั้น ก็ใช้บริการ สื่อสารดาวเทียม เพื่อกิจการวิทยุโทรทัศน์
 
                                               
ประวัติความเป็นมาของดาวเทียม โดยเน้นเป็นพิเศษ ที่ดาวเทียมเพื่อการสื่อสาร

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2469 Dr.Robert H. Goddard ผู้บุกเบิกทางจรวดสำรวอวกาศ
ได้ ทดลองส่งจรวด เชื้อเพลิงเหลวเป็นครั้งแรกในโลก ณ เมือง Auburn มลรัฐ Massachusetts ภายหลังจากที่ได้ประสบความสำเร็จ ในการทดลองภาคสถิตย์มาแล้วหลายครั้ง แม้ในครั้งนั้นจรวดจะขึ้นสูงเพียง 41 ฟุต ไปได้ไกล 184 ฟุต อยู่ในอากาศ 2.5 วินาที และมีความเร็วเฉลี่ยเพียง 103 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ของการเริ่มยุคจรวด ซึ่งเทียบได้รับการทดลองบิน ครั้งแรกของสองพี่น้อง Wilbur และ Orville Wright's เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2447 ณ ชายฝั่งมลรัฐ North Carolina ซึ่งแม้จะอยู่ในอากาศได้เพียง 12 วินาที และไปได้ไกลเพียง 120 ฟุต ก็ตาม แต่ก็นับว่า เป็นความสำเร็จครั้งแรก ของการบินด้วยเครื่องบิน ที่หนักกว่าอากาศ มีผู้ขับขี่ และมีเครื่องยนต์ขับเคลื่อน และถือได้ว่า เป็นความสำเร็จอย่างงดงาม ในการเริ่มยุคการบินขึ้นแล้ว
ความ สำเร็จของการพัฒนาจรวดนั้น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศเยอรมัน ได้นำมาใช้ในกิจการสงคราม แต่ขณะเดียวกัน ก็มีแนวความคิดที่จะนำไปใช้ เพื่อการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ด้วย แต่ยังมิทันที่ความคิดทางด้าน สันตินี้จะประสบความสำเร็จ ก็พ่ายแพ้ในสงครามเสียก่อน อย่างไรก็ตาม จรวด V-2 ของเยอรมันในระหว่างสงครามโลก ครั้งที่ 2 นี้ ก็ถูกนำมาใช้ขับเคลื่อนจรวดท่อนที่ 2 คือ WAC Corporal ขึ้นสู่ความสูงถึง 235,000 ฟุต และนับเป็นความ สำเร็จครั้งแรก ของสหรัฐอเมริกาในเรื่อง Sounding Rocket ซึ่งช่วยให้ความหวัง ของเยอรมันในการสำรวจทาง วิทยาศาสตร์เป็นความจริง และช่วยให้การพัฒนาจรวด เพื่อการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ ประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา เช่น Aerobee และ Viking เป็นต้น     
                                         
ยุค อวกาศเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง ในปี พ.ศ.2500 โดยสหภาพโซเวียต ได้ส่งดาวเทียมดวงแรกของโลก คือ Sputnik 1 เข้าสู่วงโคจรระดับต่ำเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2488 ดาว เทียมดวงนี้ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 58 เซนติเมตร หนัก 83.6 กิโลกรัม ส่งเข้าสูวงโคจร ขนาด 227 x 941 กิโลเมตรา x 65.1 ด้วยจรวด ICBM ส่งข้อมูลเกี่ยวกับความหนาแน่น และอุณหภูมิของบรรยากาศชั้นสูง กลับมาสู่โลกด้วยความถี่ 20.005 และ 40.005 MHz ต่อมาเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2501 สหรัฐอเมริกา ได้ประสบผลสำเร็จ ในการส่งดาวเทียมดวงแรก ของตนขึ้น สู่วงโคจร ดาวเทียมดวงนี้ชื่อ Explorer 1 มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16.5 ซม. ความยาวทั้งหมด 205 ซม. น้ำหนักเฉพาะ ส่วนบรรทุกเครื่องมือ และอุปกรณ์ 14 กิโลกรัม ส่งเข้าสู่วงโคจร 360 x 2,534 กิโลเมตร x 23.24 ด้วยจรวด Juno 1 ภายใต้ความอำนวยการ ทางวิชาการของ Dr.Wernher von Braun และปฏิบัติงานด้วยความถี่ 108 MHz
ความ สำเร็จทาง ด้านงานวิศวกรรมศาสตร์ นั้น คือสามารถสร้างเครื่องมือวัด และเครื่องระบบโทรมาตร ให้มีขนาดเล็ก และน้ำหนักเบา จึงสามารถบรรจุลง ในส่วนภาระบรรทุก ที่มีปริมาตรน้อยได้ สำหรับความสำเร็จที่สำคัญ ทางด้านวิทยาศาสตร์ คือ การค้นพบ Van Allen radiation belt ที่คาดอยู่รอบโลก
         
ดาวเทียมที่ยอมรับกันว่า เป็นดาวเทียมสื่อสาร ที่แท้จริงดวงแรกของโลก คือ ดาวเทียม Telstar 1 และเป็นดวงแรก อีกเช่นกัน ที่มีการลงทุนสร้าง เพื่อหวังผลเชิงพาณิชย์ โดยบริษัทเอกชน คือ AT & T มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 87.6 ซม. หนัก 77 กิโลกรัม ส่งเข้าสู่วงโคจร โดย องค์การบริหารการบิน และอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ด้วยจรวด Thor-Delta ที่ระดับ 952 x 5,632 กิโลกรัม x 44.79 เมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม พ.ศ.2505 ดาวเทียมดวงนี้มี Transponder เพื่อการสื่อสาร ระหว่างสถานีภาคพื้นดิน ที่สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมัน ใช้ความถี่ 6 GHz สำหรับ Up-link และ 4 Ghz สำหรับ Down-link การพัฒนาดาวเทียมดวงนี้ เกิดขึ้นจากแรงดลใจ จากผลงานการค้นคว้าวิจัย เมื่อปี พ.ศ.2498 เรื่อง "Orbital Radio Relay" ของ Dr.J.R. Pierce แห่ง Bell Telephone Laboratory ในเอกสารนี้ Dr.Pierce ได้พรรณาถึงความเป็นไปได้ และประโยชน์แท้จริงของดาวเทียม ต่อระบบสื่อสาร และได้อธิบายถึงความสำคัญ ของตัวแปรทางเทคนิค ต่างๆ ที่ส่งผลต่อการสื่อสาร เช่น ความสัมพันธ์ระหว่าง กำลังส่งของเครื่องส่ง ความกว้างแถบคลื่นความถี่ ค่าทวีกำลัง ของสายอากาศ และอื่น ๆ กับลักษณะ และขนาดของวงโคจรของดาวเทียม เป็นต้น

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

                                             
               
ระบบ สื่อสารที่ใช้ดาวเทียม ในวงโคจรต่ำใกล้โลกนั้นมีข้อกำจัดที่ว่า การติดต่อจะทำได้เมื่อคู่สถานีสื่อสาร เห็นดาวเทียมพร้อมกัน ดังนั้นจึงเป็นการจำกัด ช่วงเวลาของการเชื่อมโยง ระบบสื่อสารเข้าด้วยกัน หากต้องการให้ การโทรคมนาคม สามารถดำเนินไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง จำเป็นต้องส่งดาวเทียม ให้โคจรอยู่ในวงโคจรวงกลมที่เรียกว่า Geosynchronous Orbit หรือ Geostationary Orbit หรือ Clarke Orbit ณ ความสูง 35,880 กิโลเมตร แนวความคิดเกี่ยวกับ เรื่องนี้มิได้เป็นของใหม่ เพราะว่าเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2488 Arthur C. Clarke ซึ่งเป็นนักเขียนนวนิยาย และเรื่อง เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ได้ส่งบันทึกช่วยความจำไปยัง Council of the British Interplanetary Society ซึ่งต่อมาแนว ความคิดเกี่ยวกับ Geostationary Satellite นี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Wireless World ฉบับเดือนตุลาคมปีเดียวกันนั้นเอง                     
ข้อ เสนอของ Clarke คือ หากส่งดาวเทียม เข้าสู่วงโคจร geosynchronous orbit ที่ระดับความสูง 35,880 กิโลเมตร โดยปกติแล้วจะใช้เวลาเดินทาง รอบโลกเป็นวงกลมใน 24 ชั่วโมง แต่เนื่องจากโลกหมุนรอบตัวเองใช้เวลา เท่ากันพอดี ดังนั้น หากให้การเดินทางรอบโลก ของดาวเทียม ไปทางเดียวกับ การหมุนรอบตัวเองของโลก จะมีผลทำให้ ดาวเทียมนั้นอยู่ ณ ตำแหน่งเดิมตลอดเวลา เมื่อเทียบจุดสังเกตการณ์บนพื้นโลก และหากนำเอาดาวเทียม จำนวน 3 ดวง ไปไว้ในวงโคจรดังกล่าว จะสามารถจัดให้ สามารถมองเห็นพื้นโลก ได้แทบทุกจุด ยกเว้นอาณาบริเวณ แถบขั้วโลกทั้ง 2 ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทีเดียว         
ดาวเทียม ดวงแรก ที่ได้รับความพยายามส่งเข้าสู่วงโคจร geostationary orbit นั้นคือ ดาวเทียม Syncom 2 แต่ความสำเร็จเข้าสู่วงโคจร Clarke orbit ที่แท้จริงคือ ดาวเทียม Syncom 3 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2507 และใช้ ถ่ายทอดสด พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ณ กรุงโตเกียว นครหลวงของญี่ปุ่น ซึ่งนำไปสู่การพัฒนา ดาวเทียม สื่อสารเชิงพาณิชย์ ดวงแรกของโลก ในวงโคจร geosynchronous orbit คือ Intelsat 1 หรือ Early Bird ซึ่งถูกส่งขึ้น วงโคจรเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2508 และติดตามมาด้วยอนุกรมชุด Intelsat ต่างๆ ดังแสดงในตารางข้างล่างนี้ สำหรับในสหภาพโซเวียตนั้น ดาวเทียมรุ่นแรก ๆ สำหรับการสื่อสาร ได้แก่ Molniya และ ได้พัฒนาเข้าสู่ดาวเทียม รุ่นใหม่ที่ทันสมัย เช่น Roduga และ Gorizont เป็นต้น

 
  คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
       
                                           
                                               
                                                                                       
ขอขอบคุณบทความจาก  รศ.ดร.สุธี อักษรกิตติ์

LikePost โดย 0 สมาชิก :


 

Sitemap 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 
ร่วมขับเคลื่อนโดย