สนับสนุนเว็บ

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - guupost

หน้า: 1 2 3 ... 32
1
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


บาดทะยัก คือโรคที่หลาย ๆ คนคุ้นเคย เพราะว่าหากเกิดบาดแผลขึ้นบนร่างกาย มักได้ยินคำแนะนำว่า “รีบไปหาแพทย์ ระวังเป็นบาดทะยัก” แม้ว่าจะดูเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงเท่าโรคร้ายอื่นๆ แต่รู้หรือไม่ว่า โรคนี้นั้นมีความอันตรายถึงชีวิต

จากข้อมูลของสภากาชาดระบุว่า เมื่อคนไข้มีอาการของโรคบาดทะยัก จะมีโอกาสเสียชีวิตตั้งแต่ 10%–90% ซึ่งนับว่ามีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง และการรักษายังเป็นเพียงการประคับประคองเป็นหลัก ดังนั้นการฉีดวัคซีนบาดทะยักจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ที่ช่วยให้เราห่างไกลจากโรคได้

บาดทะยักคืออะไร สาเหตุเกิดจากอะไร?
บาดทะยัก (Tetanus) คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Clostridium Tetani พบได้ตามพื้นดิน ฝุ่น หรือมูลสัตว์ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางบาดแผล อาทิเช่น แผลถลอก ไฟไหม้ โดนของมีคมบาด ตะปูตำ ถูกสัตว์กัด หรือใช้เข็มฉีดยาที่มีการปนเปื้อนของเชื้อ เป็นต้น เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจะสร้างสารพิษชื่อว่า เททานัสท็อกซิน (Tetanus toxin) ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง ในรายที่ติดเชื้อรุนแรงอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ทั้งนี้บาดแผลที่มีความเสี่ยงมากขึ้นต่อการติดเชื้อบาดทะยัก ได้แก่
- บาดแผลที่ต้องเย็บหรือผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยไปพบแพทย์ช้ากว่า 6 ชั่วโมง
- บาดแผลที่มีเนื้อตายจำนวนมาก อาทิเช่น แผลไฟไหม้ แผลกดทับ เป็นต้น หรือแผลที่เป็นรอยเจาะ อย่างเช่น ถูกตะปูตำ แผลจากการสัก เจาะตามร่างกาย เป็นต้น โดยเฉพาะบาดแผลที่ปนเปื้อนดินหรือเศษวัสดุแปลกปลอม
- บาดแผลที่พบร่วมกับกระดูกหัก
ดังนั้น หากใครมีบาดแผลที่มีความเสี่ยง แนะนำให้รีบทำความสะอาดบาดแผล โดยล้างด้วยน้ำสะอาดและฟอกสบู่นานอย่างน้อย 10-15 นาที (กรณีเป็นบาดแผลที่ไม่ใช่บาดแผลฉกรรจ์) จากนั้นไปพบหมอทันที เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

อาการของโรคบาดทะยักเป็นอย่างไร?
เมื่อเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกาย อาการเริ่มต้นคือ ผู้ป่วยจะมีอาการขากรรไกรแข็ง กล้ามเนื้อเกร็ง อ้าปากไม่ค่อยได้ จากนั้นมือ แขน และขาเริ่มเกร็ง หลังแข็งและแอ่น ใบหน้าจะมีลักษณะคล้ายยิ้มแสยะ โดยอาการดังกล่าวนี้จะเป็นมากขึ้นเมื่อมีเสียงดังหรือเมื่อสัมผัสตัวผู้ป่วย ในรายที่มีอาการรุนแรงมาก คนป่วยจะมีอาการชักกระตุก หน้าเขียว ซึ่งจะเป็นถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ขาดออกซิเจน เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อาการแทรกซ้อนของโรคบาดทะยักคืออะไร?
นอกจากอาการหลักของโรคบาดทะยักที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้แล้ว ยังอาจมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้ด้วย ดังนี้

1. กระดูกหัก เกิดจากการเกร็งและบิดอย่างรุนแรงจนส่งผลถึงกระดูก
2. ไตวายเฉียบพลัน เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหดเกร็งอย่างรุนแรงจนทำให้กล้ามเนื้อสลายกลายเป็นโปรตีน ซึ่งไตมีหน้าที่กำจัดโปรตีนในร่างกาย หากมีโปรตีนสลายออกมาจำนวนมาก ไตก็อาจทำงานหนักจนทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้
3. ระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ภาวะบิดเกร็งของกล้ามเนื้ออาจส่งผลให้คนไข้เกิดภาวะระบบหายใจล้มเหลว  หยุดหายใจ จนทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนและเสียชีวิต

การรักษาโรคบาดทะยักทำอย่างไร?
เมื่อคุณหมอประเมินแล้วว่าผู้ป่วยเป็นโรคบาดทะยัก หมออาจวางแผนการรักษาดังนี้
1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสคนไข้ ป้องกันเสียงรบกวน เนื่องจากจะทำให้มีอาการชักเกร็งรุนแรงขึ้น
2. หมอจะให้ยาทำลายสารพิษที่เชื้อแบคทีเรียสร้างขึ้น รวมทั้งให้ยาปฏิชีวนะเพื่อทำลายเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย
3. แพทย์จะให้ยารักษาตามอาการควบคู่กันไป อย่างเช่น ยาระงับอาการชัก ยาลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ งดให้น้ำและอาหารทางปาก เนื่องจากอาจทำให้ผู้ป่วยสำลักได้ จึงจำเป็นต้องให้อาหารทางหลอดเลือดแทน
4. เฝ้าระวังเรื่องการหายใจ เพราะว่าอาจมีอาการหายใจขัด หายใจไม่ออกจนทำให้เสียชีวิตได้

ติดตามอ่านบทความเรื่อง คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
วัคซีนบาดทะยัก
ต่อได้ที่
เว็บไซต์ : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.honestdocs.co/tetanus-vaccine

2
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


โรคคอตีบ นับว่าเป็นหนึ่งในโรคติดต่อร้ายแรงที่กรมควบคุมโรคกำลังเฝ้าระวัง เนื่องด้วยหากเกิดการติดเชื้อแล้ว อาจทำให้ผู้ป่วยเป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้ ด้วยความรุนแรงนี้ จึงได้มีการกำหนดให้วัคซีนคอตีบเป็นวัคซีนพื้นฐานที่เด็กทุกคนต้องได้รับ ถึงแม้จะมีการป้องกันอย่างเข้มงวด แต่จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคกลับพบว่า สถานการณ์โรคคอตีบในไทยก็ยังไม่ดีขึ้น ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะพบผู้ป่วยมากขึ้นด้วย โดยในปี พ.ศ. 2562 พบผู้ป่วยแล้ว 15 ราย เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งอัตราการป่วยนี้สูงขึ้นประมาณ 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี พ.ศ. 2561 ทั้งนี้การป้องกันโรคคอตีบที่มีประสิทธิภาพ คือการฉีดวัคซีนคอตีบ ซึ่งจะช่วยบรรเทาและป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นโรคคอตีบได้

โรคคอตีบคืออะไร?
โรคคอตีบ (Diphtheria) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย (Corynebacterium diphtheriae) ซึ่งเป็นการติดเชื้อรุนแรงและเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจ สามารถติดต่อกันโดยง่ายจากการไอ จาม พูดคุยในระยะประชิด การสัมผัส หรือการใช้ภาชนะร่วมกัน ได้แก่ จาน ชาม ช้อน เป็นต้น โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางปากหรือทางการหายใจ ส่วนมากจะพบการติดเชื้อในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน ตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 19 ปี โดยมักพบการติดเชื้อในสถานที่ที่มีคนอยู่ร่วมกันจำนวนมาก เช่นว่า ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนประจำ ชุมชนแออัด หรือพื้นที่ห่างไกลที่ยังเข้าไม่ถึงวัคซีนคอตีบ

อาการของโรคคอตีบ
อาการของโรคจะแสดงหลังจากการติดเชื้อประมาณ 2-5 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง เจ็บคอ ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล อ่อนเพลีย คออักเสบ กลืนอาหารลำบาก หอบ หายใจลำบาก หากไม่สังเกตอาจคิดว่าเป็นอาการป่วยทั่วไป แต่อาการสำคัญที่จะชี้ชัดว่าป่วยด้วยโรคคอตีบคือ จะพบแผ่นฝ้าสีขาวปนเทา (White-grayish membrane) เกาะติดแน่นบริเวณลำคอ ต่อมทอนซิล หรือลิ้นไก่ ซึ่งแผ่นเยื่อนี้เกิดจากการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ที่สร้างสารพิษออกมาทำลายเนื้อเยื่อบริเวณโดยรอบให้ตายลงและซ้อนทับกันจนเป็นแผ่นฝ้า หากมีการติดเชื้อรุนแรง อาจทำให้ผู้ป่วยหายใจไม่ออกและเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตได้

อาการแทรกซ้อนของโรคคอตีบ
อาการแทรกซ้อนสำคัญของโรคคอตีบได้แก่
- ปอดติดเชื้อ
- ระบบหายใจล้มเหลว
- เส้นประสาทอักเสบหรือเกิดความเสียหายขั้นรุนแรงของระบบประสาททำให้เป็นอัมพาต
- กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เสี่ยงต่อภาวะหัวใจวาย

การรักษาโรคคอตีบ
หากพบว่าคนไข้มีอาการโรคคอตีบ ผู้รักษาจะต้องรีบรักษาทันที ด้วยเหตุว่าอาการอาจรุนแรงจนเป็นอันตรายต่อชีวิต การรักษาโรคคอตีบในปัจจุบันนี้ วิธีการรักษามี 2 วิธีคือ การฉีดยาต้านพิษ เพื่อหยุดพิษที่แบคทีเรียสร้างขึ้น และการใช้ยาปฏิชีวนะ อย่างเช่น เพนิซิลิน เพื่อกำจัดเชื้อในร่างกาย โดยผู้เจ็บป่วยโรคคอตีบจะต้องถูกแยกจากคนป่วยอื่นๆ เพื่อป้องกันเชื้อแพร่กระจาย และหลังการรักษาผู้รักษาจะต้องตรวจร่างกายโดยละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่า คนป่วยไม่มีเชื้อแบคทีเรียคอตีบแล้ว จึงจะสามารถให้ผู้ป่วยอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้

ติดตามอ่านบทความหัวข้อ คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
ฉีดวัคซีนคอตีบ
ต่อได้ที่
เว็บ : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.honestdocs.co/diphtheria-vaccine

3
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


คิ้ว หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเสริมความงามบนใบหน้า และช่วยเพิ่มความมั่นอกมั่นใจให้ใครหลายๆ คน แต่ปัญหาสำคัญคือ คิ้วของบางคนอาจไม่เป็นทรงหรือคิ้วไม่ได้รูป ทำให้แต่งหน้าลำบาก จนต้องสรรหาสารพัดวิธีมาแก้ไข อย่างเช่น กันคิ้วถอนคิ้วหรือสักคิ้วถาวร และอีกวิธีที่เป็นที่เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นคือการแว็กซ์คิ้ว รายละเอียดการแว็กซ์คิ้วเป็นอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง ราคาเท่าไร HonestDocs มีคำตอบ
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
แว็กซ์คิ้ว
คืออะไร?
แว็กซ์คิ้ว เป็นหนึ่งในวิธีการกำจัดขนคิ้วชั่วคราว ในรูปแบบที่ถอดขนออกมาทั้งเส้นซึ่งจะมีรากขนติดออกมาด้วย (ต่างจากการกันคิ้วที่กำจัดแค่เส้นขนที่โผล่พ้นผิวหนังออกมาเท่านั้น) การแว็กซ์คิ้วที่นิยมทำในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

- แว็กซ์คิ้วร้อน คือการใช้ขี้ผึ้งมาอุ่นจนได้อุณหภูมิที่พอเหมาะ ทาบริเวณที่ต้องการกำจัดขน ความอุ่นจะทำให้รูขุมขนเปิดออก จากนั้นวางผ้าขนาดเล็กทับลงบนขี้ผึ้ง ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที เมื่อขี้ผึ้งแห้งจึงดึงผ้าออกอย่างรวดเร็วในทิศทางย้อนเส้นขน ขนคิ้วก็จะหลุดติดออกมากับผ้า
การแว็กซ์คิ้วร้อนนับเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการถอนขนสูง เหมาะกับผิวที่บอบบางและแพ้ง่าย ไม่ค่อยเกิดการระคายเคืองมาก แต่มีข้อเสียคือขั้นตอนยุ่งยากกว่าการแว็กซ์คิ้วเย็น
- แว็กซ์คิ้วเย็น คือการใช้ขี้ผึ้งกำจัดขนคิ้วเช่นกัน มีกระบวนการคล้ายคลึงกับการแว็กซ์คิ้วร้อน เพียงแต่ไม่ได้นำขี้ผึ้งมาอุ่นก่อนทาลงบนผิว ส่วนใหญ่จะใช้ขี้ผึ้งเหลวหรือแผ่นแปะสำเร็จรูป
ข้อดีของการแว็กซ์คิ้วเย็นคือทำได้สะดวก ประหยัดเวลา สามารถทำเองได้ที่บ้าน แต่มีข้อเสียสำคัญคือไม่เหมาะกับผิวบริเวณที่บอบบาง เนื่องจากไม่มีการเปิดรูขุมขนก่อน เมื่อดึงขี้ผึ้งออกจะรู้สึกเจ็บแสบระคายเคืองมาก จึงไม่เป็นที่นิยมนัก

นอกจากจะใช้กำจัดขนคิ้วส่วนเกินได้แล้ว ยังสามารถใช้กำจัดขนบริเวณอื่นๆ ไม่ว่า แขน ขา รักแร้ ใบหน้า หนวด หรือจุดซ่อนเร้นได้อีกด้วย

ข้อดี-ข้อเสีย ของการแว็กซ์คิ้ว
การแว็กซ์คิ้วนับเป็นวิธีการกำจัดขนคิ้ว ปรับรูปทรงคิ้วให้เข้ารูปที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน แต่ก่อนจะตัดสินใจแว็กซ์คิ้วควรศึกษาข้อดี-ข้อเสียของการแว็กซ์คิ้วดังนี้

จุดเด่น
- เป็นวิธีการกำจัดขนคิ้วที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถกำจัดขนได้หมดจดในครั้งเดียว
- ขนใหม่ใช้เวลาขึ้นค่อนข้างนานประมาณ 1 เดือน
- ขนที่ขึ้นใหม่จะเป็นขนอ่อนๆ ไม่เป็นตอแข็งกวนใจ
- หากแว็กซ์อย่างสม่ำเสมอ อาจทำให้ขนคิ้วบริเวณที่ถูกแว็กซ์ค่อยๆ บางลงจนไม่ขึ้นอีก
- สถาบันเสริมความงามส่วนใหญ่ที่รับแว็กซ์คิ้ว จะมีบริการออกแบบรูปทรงคิ้วร่วมด้วย ทำให้รูปทรงคิ้วรับกับใบหน้ามากขึ้น

จุดด้อย
- สำหรับท่านที่มีผิวบอบบางหรือมีผิวที่แพ้ง่าย การแว็กซ์คิ้วอาจทำให้เกิดการระคายเคือง ผิวบวมแดงและแสบร้อนได้
- การแว็กซ์นับเป็นวิธีที่ค่อนข้างเจ็บ แต่ความรุนแรงนั้นขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละบุคคล - กระบวนการแว็กซ์คิ้วยุ่งยากกว่าการกำจัดขนคิ้ววิธีอื่นๆ และไม่แนะนำให้ทำด้วยตนเอง
- ค่าใช้จ่ายในการแวกซ์คิ้วสูงกว่าวิธีการกำจัดขนคิ้วรูปแบบอื่นๆ
ติดตามอ่านบทความเรื่องการเตรียมตัวก่อนการแว็กซ์คิ้วได้ที่
เว็บไซต์ : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.honestdocs.co/wax-eyebrow

4
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


โรคหัวใจ จัดเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก องค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก ซึ่งคิดเป็น 31% ของการเสียชีวิตของคนทั้งโลก ขณะที่ในไทยพบว่าอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 20,855 คนต่อปี ทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST คือหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดลงได้

การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST คืออะไร?
การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Exercise Stress Test: EST) คือการทดสอบหัวใจขณะที่กำลังออกกำลังกายโดยการวิ่งบนสายพานหรือขณะปั่นจักรยาน เพื่อตรวจสอบว่าขณะที่ร่างกายกำลังออกแรงอย่างหนักอยู่นั้น กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดและออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงเพียงพอหรือเปล่า (ซึ่งหากอยู่ในภาวะปกติที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการใดๆ เลย)

ทั้งนี้ เมื่อผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบตันต้องออกกำลังกาย จะทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอจนเกิดอาการหายใจลำบาก เจ็บ จุกแน่นหน้าอก การเต้นของหัวใจผิดปกติ หรือคลื่นไฟฟ้าหัวใจมีการเปลี่ยนแปลง

อาการดังกล่าวนี้จะช่วยให้หมอสามารถวินิจฉัยในเบื้องต้นได้ว่า ผู้ป่วยอาจมีหลอดเลือดหัวใจเส้นใดเส้นหนึ่งตีบตัน เพื่อวางแผนการตรวจและรักษาต่อไป

ใครควรตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST บ้าง?
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST เป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการป่วยจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

- ผู้ที่สูบบุหรี่
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่เคยมีอาการเจ็บหน้าอกโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดของอวัยวะอื่นอยู่แล้ว
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว อย่างเช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง
- ผู้ป่วยที่เคยได้รับการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ
- ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หลอดเลือดสมองตีบ

การเตรียมตัวก่อนการตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST
ผู้ที่ต้องการตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST ควรเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด ดังนี้
- หยุดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ก่อนเริ่มทำการทดสอบ
- งดทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนอย่างน้อย 12 ช.ม. เนื่องจากคาเฟอีนอาจรบกวนการแปลผลการทดสอบ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาใดเป็นประจำควรแจ้งให้หมอทราบล่วงหน้า เพราะยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการตรวจ โดยเฉพาะยากลุ่มโรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูง
- สำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ควรนำยาพ่นมาด้วยในวันตรวจ
- ควรใส่เสื้อผ้าหลวมๆ ที่ใส่สบาย และรองเท้าที่เหมาะกับการออกกำลังกาย

ติดตามอ่านบทความหัวข้อ คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
ตรวจ EST
กันต่อกันได้ที่
เว็บ : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.honestdocs.co/heart-check-up-est

5
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

 ทราบหรือไม่ว่า คนไทยเจ็บป่วยเป็นโรคหัวใจสูงถึงเกือบ 433,000 คนต่อปี และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 20,855 คน ต่อปี หรือ ชั่วโมงละ 2 คนเลยนะ จากสถิตินี้จะเห็นว่า โรคหัวใจไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และใครต่อใครยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้ด้วย เนื่องมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคอาหาร ความเครียด สภาพแวดล้อมที่มีมลพิษสูง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดโรคหัวใจได้ทั้งสิ้น ดังนั้นการตรวจเช็คความเสี่ยงโรคหัวใจอย่างเป็นประจำจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยหนึ่งในวิธีการตรวจที่มีประสิทธิภาพคือ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Echo

 การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Echo คืออะไร?
การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Echocardiogram: Echo) หรือเรียกง่ายๆ ว่า การตรวจหัวใจแบบ Echo คือ การส่งคลื่นเสียงความถี่สูงที่ปลอดภัยต่อร่างกายเข้าไปยังบริเวณทรวงอก เมื่อคลื่นเสียงผ่านอวัยวะต่างๆ จะเกิดสัญญาณสะท้อนกลับ ระบบจะนำข้อมูลที่สะท้อนกลับนั้นไปประมวลผลเป็นภาพ ซึ่งจะแสดงรูปร่าง ขนาด การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และลิ้นหัวใจได้ค่อนข้างชัดเจน

การตรวจหัวใจแบบ Echo นี้ ถือว่ามีประโยชน์ในการประเมินการทำงานของหัวใจ สามารถบอกได้ว่ากล้ามเนื้อหัวใจหนาแค่ไหน หัวใจโตหรือไม่ กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวดีหรือเปล่า จึงช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรค ตรวจหาความรุนแรง และติดตามผลการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคหัวใจแต่กำเนิด โรคลิ้นหัวใจพิการ โรคกล้ามเนื้อหัวใจพิการ โรคของเยื่อหุ้มหัวใจ

การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Echo เหมาะกับใคร?
การตรวจหัวใจแบบ Echo เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการดังนี้
- ผู้ที่มีอาการหอบ เหนื่อย หายใจลำบาก แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก
 - ผู้ที่มีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ ใจสั่น
 - ผู้ที่มีอาการบวมตามร่างกาย ซึ่งสงสัยว่าอาจเกิดจากความผิดปกติของหัวใจ โดยโรคหัวใจที่ทำให้เกิดอาการบวมตามร่างกาย ได้แก่ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคลิ้นหัวใจ และโรคที่เยื่อหุ้มหัวใจ การตรวจหัวใจแบบ Echo จะช่วยบอกว่าอาการบวมนี้เกิดจากโรคหัวใจหรือไม่

เนื่องจากการตรวจหัวใจแบบ Echo เป็นการตรวจเฉพาะทาง ใช้วินิจฉัยโรคเชิงลึก ฉะนั้นแม้ว่าผู้ป่วยจะมีอาการที่สงสัยว่าอาจป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของหัวใจ หมอส่วนใหญ่จะไม่แนะนำให้ตรวจหัวใจแบบ Echo ในทันที แต่จะพิจารณาประวัติทางการแพทย์ของผู้ป่วย ตรวจร่างกาย ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เอกซเรย์ทรวงอกก่อน

หากพบว่ามีแนวโน้มเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับการทำงานของหัวใจจริง จึงค่อยพิจารณาให้ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจหัวใจแบบ Echo เพื่อวินิจฉัยโรคต่อไป

ทั้งนี้ผลการตรวจที่ได้จะมีประโยชน์ในการวินิจฉัยโรคที่เกิดจากการทำงานผิดปกติของหัวใจ ดังเช่น การบีบตัวของหัวใจ การทำงานของลิ้นหัวใจ การไหลเวียนของโลหิตในหัวใจ การเกิดลิ่มเลือดในหัวใจ ขนาดหัวใจผิดปกติ เป็นต้น

สามารถติดตามอ่านบทความหัวข้อ คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
ตรวจ echo
กันต่อได้ที่ Website : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.honestdocs.co/heart-check-up-echo

6
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

เมื่ออยู่ในอิริยาบถใดอิริยาบถหนึ่งเป็นเวลานานๆ อย่างเช่น ขับรถ นั่งก้มทำงาน หรืออยู่ในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจมีอาการปวด เมื่อย เคล็ด ขัด ยอก เกร็ง ตึง ฟกช้ำ ตามร่างกายในส่วนนั้นๆ ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว เคลื่อนไหวลำบาก ภูมิปัญญาของไทยแต่โบราณจึงคิดค้น "การนวดไทย" และการ "ประคบสมุนไพร" ขึ้น เพื่อบำบัดอาการโดยไม่ต้องกินยา

การประคบสมุนไพร
การประคบสมุนไพรหมายถึง การรักษาอาการปวดเมื่อยด้วยสมุนไพรต่าง ๆ ที่มีสรรพคุณแก้อาการปวด เมื่อย เคล็ด ขัด ยอก เกร็ง ตึง ฟกช้ำ หลายชนิดร่วมกับความร้อนชื้นของไอน้ำจากการนึ่งลูกประคบและแรงของผู้นวดที่กดลงไป อาจนวดไทยก่อนแล้วค่อยประคบ ประคบก่อนนวด หรือจะนวดไปพร้อมๆ กับการประคบก็ได้

ความร้อนที่เหมาะสมในการประคบไม่ควรเกิน 45 องศาเซลเซียสซึ่งจะส่งผลให้เนื้อเยื่อพังผืดคลายตัวออก ลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ลดการติดขัดของข้อต่อ ลดอาการเจ็บปวด ลดอาการบวมที่เกิดจากการอักเสบ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ส่วนสมุนไพรก็ให้ผลตามคุณสมบัติแต่ละชนิดที่เลือกสรรมา อาทิเช่น แก้อาการปวด เมื่อย เคล็ด ขัด ยอก เกร็ง ตึง ฟกช้ำ ยิ่งหากเป็นสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหย ตัวยาจะออกมากับไอน้ำและความชื้นซึมเข้าผิวหนังได้ดี ส่วนกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยจะช่วยให้สดชื่น ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

อุปกรณ์การทำลูกประคบ
1. ผ้าสำหรับห่อลูกประคบ เป็นผ้าฝ้าย หรือผ้าดิบ ที่มีเนื้อผ้าแน่นพอที่จะป้องกันไม่ให้สมุนไพรหลุดล่วงมาจากห่อได้
2. เชือก
3. ตัวยาสมุนไพรที่ใช้ทำลูกประคบ
4. เครื่องชั่ง สำหรับชั่งสมุนไพรให้ได้ปริมาณสมุนไพรที่ถูกต้อง
5. เตา
6. หม้อสำหรับนึ่งลูกประคบ
7. จานรองลูกประคบ

ตัวยาที่นิยมใช้ทำลูกประคบ
ไพล: แก้ปวดเมื่อย ลดอาการอักเสบ ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวดเกร็ง ฟกช้ำ บวม

ผิวมะกรูด หรือใบมะกรูด: มีน้ำมันหอมระเหยให้กลิ่นหอมปร่าช่วยให้รู้สึกสดชื่น หายใจโล่ง แก้อาการวิงเวียนหน้ามืด แก้ช้ำใน ช่วยขับลม

ตะไคร้บ้าน:  มีน้ำมันหอมระเหยให้กลิ่นหอมปร่าช่วยให้รู้สึกสดชื่น แก้ฟกช้ำ ปวดเมื่อย ช่วยบรรเทาอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ

ใบมะขาม: ช่วยให้เส้นเอ็นหย่อน แก้ผื่นคัน ช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง

ขมิ้นอ้อย: ช่วยลดอาการอักเสบ แก้โรคผิวหนัง แก้ฟกช้ำบวม แก้เคล็ดขัดยอก

ขมิ้นชัน: แก้อาการบวม ฟกช้ำ  เคล็ดขัดยอก แก้ผื่นคันตามผิวหนัง ช่วยบำรุงผิว

การบูร: แก้ปวดตามเส้น แก้ปวดข้อ แก้เคล็ดขัดยอก ลดบวม และกลิ่นยังช่วยให้หายใจโล่ง บรรเทาอาการคัดจมูก

พิมเสน: ช่วยแต่งกลิ่น แก้อาการพุพอง ลดผื่นคัน มีกลิ่นที่ช่วยให้หายใจโล่ง

ใบส้มป่อย: ช่วยบำรุงผิว แก้โรคผิวหนัง ลดความดัน ช่วยให้เส้นเอ็นอ่อน แก้ปวดเมื่อย

ใบพลับพลึง: แก้ช้ำใน ลดอาการปวด บวม ฟกช้ำ

เกลือสมุทร หรือเกลือทะเล: ช่วยดูดความร้อน ช่วยให้ตัวยาซึมสู่ผิวหนังได้ง่าย มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้

วิธีการทำลูกประคบ
1. นำสมุนไพรต่าง ๆ ที่เตรียมไว้มาล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ
2. หั่นสมุนไพรที่เตรียมไว้เป็นชิ้นๆ แล้วตำรวมกันพอหยาบ
3. นำผิวมะกรูด ใบมะขาม ใบส้มป่อย ตำผสมกับข้อ 1 เสร็จแล้วให้ใส่เกลือ การบูร คลุกเคล้าและตำให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แต่อย่าให้ละเอียดมากจนแฉะเป็นน้ำ
4. แบ่งตัวยาที่ตำเรียบร้อยแล้วเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน สามารถทำลูกประคบได้ 2 ลูก โดยแต่ละลูกให้ใช้ผ้าขาวห่อเป็นลูกประคบ แล้วรัดด้วยเชือกให้แน่น
5. นำลูกประคบที่ได้ไปนึ่งในหม้อนึ่งครั้งละ 1  ลูก ใช้เวลานึ่งราวๆ 15-20 นาที
6. นำลูกประคบที่ความร้อนได้ที่แล้วมาประคบผู้ป่วยที่มีอาการต่างๆ โดยสับเปลี่ยนลูกประคบระหว่าง 2 ลูกนี้
ติดตามอ่านเนื้อหาเรื่อง คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
นวดประคบสมุนไพร
กันต่อได้ที่

เว็บไซต์ : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.honestdocs.co/thai-herbal-ball-compress

7
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

เพียงเอ่ยคำว่า "ไขมัน" ขึ้นมา บางคนก็รู้สึกรังเกียจ รู้สึกว่าอ้วน รู้สึกว่าเป็นผู้ร้าย ฯลฯ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงนั้น ไขมันนับว่าเป็นสารอาหารที่มีความจำเป็น เมื่อร่างกายย่อยสลายให้เป็นโมเลเกุลเล็กที่สุดจะเรียกว่า “Fatty acid” หรือ กรดไขมัน

ร่างกายจะต้องได้รับกรดไขมันจากการกินเข้าไปเท่านั้นและร่างกายจำเป็นต้องมีกรดไขมันเพื่อใช้ประโยชน์มากมายนับตั้งแเต่เป็นวัตถุดิบสร้างผนังเซลล์ของทุกๆ เซลล์ทั่วร่างกาย กรดไขมันจำเป็น (Essential Fatty Acid) คือ กรดไขมันที่ร่างกายขาดไม่ได้

อาหารไขมันนอกจากจะเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายแล้วยังช่วยให้อาหารอร่อย กลืนลงคอง่าย มนุษย์ยุคใหม่จึงกินไขมันกันมากเกินความจำเป็น จนในที่สุดไขมันก็สร้างพิษภัยต่อร่างกายแทนที่จะให้ประโยชน์ หากอยากรู้ว่า เรามีไขมันในร่างกายมากหรือน้อยอย่างไร ชนิดไหนเกิน ชนิดไหนขาด ควรเจาะเลือดเพื่อตรวจสอบไขมันในเลือด เพราะว่าบางคนกว่าจะรู้ตัวว่าไขมันในเลือดสูงก็เข้าข่ายเป็นโรคเสียแล้ว

การคุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
ตรวจไขมัน
ในเลือด (Lipid Profile)
คำแนะนำ: ต้องงดอาหารก่อนเจาะเลือดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
วัตถุประสงค์
- เพื่อต้องการทราบค่าขององค์ประกอบที่สำคัญของไขมันทุกตัวในกระแสเลือด
- การได้ทราบค่าระดับไขมันทุกชนิดในเลือดที่ผิดปกติแต่เนิ่นๆ ย่อมช่วยให้มีโอกาสที่จะแก้ไข เยียวยา หรือรักษา ให้ไขมันลดลงมาสู่ระดับปกติได้ ทั้งนี้ย่อมจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease: CAD) โรคลมปัจจุบัน หรือโรคอุบัติเหตุขาดเลือดในสมอง (cerebrovascular accident: CVA) ได้

คำอธิบายอย่างสรุป
1. ตามตำราโดยทั่วไปคำว่า Lipid Profile จะประกอบด้วยการวัดค่าไขมัน 5 ตัว ดังนี้
คอเลสเตอรอลรวม (Total cholesterol: TC)
ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides: TG)
เอชดีแอล (HDL-c)
แอลดีแอล (LDL-c)
วี แอล ดี แอล (VLDL)

2. ตามแบบฟอร์มใบตรวจเลือดของโรงพยาบาลทั่วไป ท่านต้องการทราบผลของไขมันในเลือดเฉพาะที่สำคัญเพียง 4 ตัว
คอเลสเตอรอล (Cholesterol)
ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides)
เอชดีแอล  (HDL-c)
แอลดีแอล (LDL-c)

คอเลสเตอรอล (Cholesterol)
Cholesterol เป็นคำนามเฉพาะที่เกิดจากการประสมคำโดยนักวิจัยชาวฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1769 ซึ่งพบว่า นิ่วในถุงน้ำดี (gallstone) นั้นประกอบด้วยสารเคมีอันมีชื่อตรงกับคำในภาษากรีก กล่าวคือ
Chole   =  bile (น้ำดีจากตับ)
Stereos  =  solid (ของแข็ง)
Ol  =   (suffix) แสดงว่าแอลกอฮอลล์

การวิจัยต่อมาทำให้ทราบว่าคอเลสเตอรอลเป็นสารตั้งต้นของน้ำดี หรือกรดน้ำดี หากน้ำดีอยู่ในถุงน้ำดีจนมีความเข้มข้นมากขึ้นๆ ก็จะตกผลึกจับตัวกันแข็งกลายเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งก็คือ เปลี่ยนสภาวะมาเป็นของแข็งได้ ตามรากศัพท์ของชื่อที่ตั้งขึ้นมา

แม้ว่าคอเลสเตอรอลจะจัดอยู่ใน Lipid Profile (กลุ่มสารไขมันในเลือด) แต่ในความเป็นจริงแล้ว คอเลสเตอรอลเป็นสารคล้ายไขมันแต่มิใช่ไขมันแท้จริงเพราะไม่มีค่าพลังงาน (ไขมัน หรือ fat ทั่วไป จะมีค่าพลังงานประมาณ = 9 แคลอรีต่อกรัม)

ติดตามอ่านบทความเรื่อง ตรวจไขมัน และบทความดี ๆ กันต่อได้ที Website : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.honestdocs.co/understanding-your-cholesterol-report

8
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
  เส้นผม จัดว่าเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเสริมความงามและความเชื่อมั่นให้ใครหลายๆ คน ปัจจุบันจึงมีผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ๆ มากมายที่ช่วยทำให้เส้มผมนุ่มสลวย เงางาม แลดูมีน้ำหนัก ไม่ว่าแชมพูสูตรเสริมวิตามินบำรุงเส้นผม ครีมนวดผม ทรีตเมนต์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงเส้นผมเองได้ตามความต้องการ ยิ่งไปกว่านี้ยังมีคอร์สสปาผม ที่ต้องเดินทางไปทำที่ร้านทำผมหรือสถาบันเสริมความงาม แต่หลายคนอาจงงว่า คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
สปาผม
คืออะไร จำเป็นต้องทำเป็นประจำหรือไม่ ช่วยฟื้นฟูและบำรุงเส้นผมได้จริงหรือไม่ HonestDocs มีคำตอบ

สปาผมคืออะไร
สปาผม คือกระบวนการเสริมความงามที่ช่วยฟื้นฟูเส้นผมและบำรุงหนังศีรษะอย่างเข้มข้น เพื่อให้เส้นผมนุ่มสลวย เงางาม แลดูสุขภาพดี โดยคอร์สสปาผมในปัจจุบันก็มีหลากหลายรูปแบบ อย่างเช่น การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นมอยเจอร์ไรซ์เซอร์ น้ำมันสกัดเย็น หรือวิตามินต่างๆ ชโลมไปที่เส้นผมและหนังศีรษะแล้วทิ้งไว้เพื่อให้สารสำคัญซึมซาบสู่เส้นผมและรากผม การใช้เทคโนโลยีจำพวกการอบไอน้ำเข้ามาช่วยบำรุงเส้นผม หรือบางคอร์สอาจมีการนวดศีรษะเพื่อการผ่อนคลาย กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับเทคนิคของร้านทำผมหรือสปาแต่ละแห่ง

จำเป็นต้องทำสปาผมหรือไม่?
ก่อนจะทราบว่าเราจำเป็นต้องทำสปาผมหรือเปล่า ลองมาทำความเข้าใจลักษณะเส้นผมโดยธรรมชาติกันก่อน โดยมีองค์ประกอบดังนี้
- โปรตีน 80%
- น้ำ 10-15%
- เม็ดสีผม แร่ธาตุและไขมันประมาณ 5-10%

หากนำเส้นผมมาตัดขวางจะพบว่าเส้นผมของเราแยกส่วนประกอบได้ 3 ชั้น ซึ่งได้แก่
- ผิวนอก (Cuticle) มีลักษณะเป็นเกล็ดใสๆ โปร่งแสงไม่มีสี เรียงซ้อนกันแบบเกล็ดปลาอยู่ชั้นนอกสุดของเส้นผม โดยองค์ประกอบหลักของเส้นผมชั้นนี้คือเคราติน ทำหน้าที่ห่อหุ้มเส้นผม ป้องกันสิ่งสกปรกต่าง ๆที่จะซึมผ่านเข้าไปทำลายเส้นผม ปกป้องเนื้อผมไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้น ปกป้องเส้นผมจากแสงแดดและรังสียูวี นอกจากเคราตินแล้วผิวชั้นนอกยังมีน้ำมันตามธรรมชาติเคลือบอยู่ด้วย ซึ่งช่วยทำให้ผมเรียบรื่น เป็นเงางาม

- เนื้อผม (Cortex) เป็นชั้นที่มีความหนาที่สุดและเป็นโครงสร้างหลักของเส้นผม ชั้นเนื้อผมเป็นแหล่งรวมของเม็ดสี (pigment) เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวกำหนดสีผม มีช่องอากาศ โปรตีน เคราติน และเส้นใยโปรตีนที่เกาะเกี่ยวกัน ช่วยให้ผมมีความนุ่มและยืดหยุ่น

- แกนผม (Medulla) ประกอบไปด้วยโปรตีนและไขมัน แกนผมนับว่าไม่มีบทบาทในการทำงาน ส่วนมากจะพบในผมที่มีสุขภาพแข็งแรง โดยผมเส้นเล็กมักไม่มีแกนผม

ปกติแล้วเส้นผมของเราจะมีความแข็งแรง นุ่มสลวยเป็นทุนเดิม แต่หากมีสิ่งเร้ามากระทบ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด สารเคมี สภาพอากาศ ฝุ่นควันหรือมลพิษต่างๆ อาจส่งผลให้ผิวนอกถูกทำลาย ทำให้ผมมีอาการชี้ฟู แห้งแตก กลายเป็นปัญหาที่ทำให้ขาดความมั่นอกมั่นใจได้ หลายคนจึงเลือกเข้ารับบริการสปาผม เพื่อฟื้นบำรุงสภาพผมให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

สำหรับท่านที่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม หนังศีรษะ หรือผู้ที่เส้นผมได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าบ่อยๆ อาทิเช่น ใช้ครีมเปลี่ยนสีผม หรือสเปรย์จัดแต่งทรงผมเป็นประจำ คอร์สปาผมก็ถือว่ามีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาผมชี้ฟู ขสดหลุดร่วงลงได้ ซึ่งอาจเข้ารับบริการเดือนละ 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพผมของแต่ละคน

ติดตามอ่านข้อดีของการทำสปาผมได้ที่ คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.honestdocs.co/hair-spa

9
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


การคุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
นวดไทย
หรือที่เรียกกันแบบติดปากว่านวดแผนโบราณ เป็นการรักษาที่เรียกว่าหัตถเวชกรรมไทย โดยใช้การบีบ การนวด คลึง ดัด ดึง กด ทุบ เคาะ สับ ประคบร้อน อบ เพื่อให้เลือดลมในร่างกายไหลเวียนได้อย่างสมดุล

นวดไทยมีกี่ประเภท
การนวดไทย นอกจากจะแบ่งตามลักษณะการนวดที่มีมาแต่โบราณออกได้เป็น 2 ประเภทคือ การนวดแบบเชลยศักดิ์และการนวดแบบราชสำนักแล้ว ยังสามารถแบ่งตามสรรพคุณได้ 4 ประเภทคือ นวดเพื่อสุขภาพ นวดเพื่อการบำบัดรักษา นวดป้องกันโรค และนวดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพ
1. การนวดเพื่อสุขภาพ เป็นการนวดเพื่อความผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี เส้นเอ็นที่ตึงจะหย่อนลง ทำให้ข้อต่อต่างๆ ไม่ติดขัด
2. นวดเพื่อบำบัดรักษา เป็นการนวดที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะในการักษาโรคหรือรักษาผู้ป่วย เน้นนวดเพื่อให้อาการของกล้ามเนื้อและข้อต่อดีขึ้น ช่วยให้ขยับข้อต่อได้สะดวกยิ่งขึ้น การนวดในแบบนี้ ได้แก่โรคเกี่ยวกับปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง ได้แก่ ปวดหลัง ปวดคอ โรคเกี่ยวกับข้อต่อ ตัวอย่างเช่น ไหล่ติด เข่าตึง ส่วนที่นิยมนำมาใช้เป็นการรักษาเสริม ได้แก่ ปวดหัว โรคเครียด โรคนอนไม่หลับการนวดรูปแบบนี้ผู้นวดต้องมีความรู้เรื่องโรคต่าง ๆ ที่ให้การรักษาอย่างมาก
3. นวดเพื่อป้องกันโรค การนวดแนวนี้เหมาะสมกับผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตนเองได้น้อยและไม่ได้เคลื่อนไหว ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยนอนติดเตียง ช่วยลดการเกิดแผลจากกดทับที่ผิวหนังหุ้มกระดูก การตบบริเวณหน้าอกช่วยขับเสมหะออกจากปอดป้องกันเสมหะอุดตันที่หลอดลม
4. นวดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพ เป็นการนวดเพื่อให้ร่างกายกับสู่สภาวะปกติ เหมาะสมกับผู้ที่ป่วยเรื้อรัง ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคพาร์กินสัน ซึ่งจะช่วยลดอาการเกร็ง ทำให้การฟื้นตัวในการทำงานของร่างกายดีขึ้น ทำให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติมากที่สุด และช่วยฟื้นฟูร่างกายให้ซ่อมแซมส่วนสึกหรอ
นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการนวดในนักกีฬาทั้งก่อนและหลังการเล่นกีฬา รวมถึงการบาดเจ็บจากการเล่น

องค์ประกอบการนวด
การนวดแต่ละครั้งอาจมีกรรมวิธีหลายอย่างประกอบกันดังนี้
- นวดด้วยมือ เป็นการใช้มือทั้ง 2 ข้างนวดคลึงด้วยวิธีต่างๆ เป็นต้นว่า กด บีบ บิด ดึง ดัด ทุบ เคาะ สับ เพื่อสร้างความผ่อนคลายจุดต่างๆ ของร่างกายตั้งแต่นวดตัว (Body massage) เพื่อการปรับสมดุลของสรีระ นวดฝ่าเท้า (Foot massage) ช่วยผ่อนคลายเส้นเอ็น น่อง ขา และเข่า อาจใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือผสมผสานกันก็ได้
- นวดน้ำมัน (Aroma therapy) การนวดน้ำมันจะใช้น้ำมันอโรม่า ที่สกัดจากพืชธรรมชาติมีกลิ่นหอมช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายเป็นวิธีบำบัดด้วยกลิ่นและการซึมเข้าผิวหนัง อย่างเช่น น้ำมันกุหลาบลดความเครียดได้ น้ำมันเซจลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกาย ลดปฏิกิริยาการตึงตัวของกล้ามเนื้อ
- นวดประคบ (Herbal ball massage) การประคบสมุนไพรมักเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากนวดเสร็จแล้ว ใช้เวลาประคบราว 15-20 นาที โดยใช้ความร้อนช่วยให้สมุนไพรซึมเข้าสู่ผิวหนัง สามารถช่วยให้ลดความปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ ลดการติดขัดของข้อต่อ เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น สมุนไพรที่นิยมใช้ประคบได้แก่ ตะไคร้ มะกูด ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ไพล ใบมะขาม ใบส้มป่อย ใบพลับพลึง

ติดตามอ่านบทความเรื่อง นวดไทย ต่อกันได้ที่ Website : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.honestdocs.co/thai-massage

10
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

ดื่มเหล้ามากๆ ระวังจะตับแข็ง เชื่ออย่างยิ่งว่า แทบทุกคนคงเคยได้ยินประโยคนี้กันมาบ้าง แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคตับ ไม่ใช่แค่การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การรับประทานยา วิตามิน หรืออาหารเสริมติดต่อกันเป็นเวลานานๆ หรือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคตับได้เช่นกัน ดังนั้นถ้าใครรู้ตัวว่า กำลังอยู่ในกลุ่มเสี่ยง การคุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
ตรวจตับ
ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ท่านรู้ว่า ตอนนี้ตับของคุณ ๆยังแข็งแรงอยู่หรือเปล่า

ทำไมเราจึงต้องตรวจตับ?
ตับเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญ ทั้งนี้เพราะตับมีหน้าที่หลากหลาย ทั้งเป็นแหล่งผลิตสารสำคัญต่างๆ ในร่างกาย เป็นแหล่งสะสมอาหาร เป็นแหล่งสร้างน้ำดี ขับของเสียออกจากร่างกาย ป้องกันร่างกายจากเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม เป็นแหล่งรีไซเคิลโปรตีนในร่างกายของคุณ ๆให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งโดยไม่มีอวัยวะใดมาทำหน้าที่เหล่านี้แทนได้เลย ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก็ยังไม่สามารถคิดค้น หรือผลิตอุปกรณ์ใดๆ มาทำหน้าที่แทนตับได้เช่นกัน

ตับนับว่าเป็นอวัยวะที่มหัศจรรย์อย่างมากเนื่องจากแม้จะถูกทำลายจนเหลือใช้งานได้เพียง 30% แต่ก็ยังสามารถทำงานได้ตามปกติ และยังมีกลไกการซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเองอีกด้วย (ต่างจากอวัยวะอื่นๆ ที่หากถูกทำลายไปแล้วก็จะไม่สามารถใช้งานได้เลย)

ด้วยความมหัศจรรย์นี้เอง ทำให้เราไม่เคยรับรู้ถึงสัญญาณเตือนใดๆ ว่า ตับของเรากำลังมีปัญหาอยู่หรือไม่ จึงทำพฤติกรรมที่ทำลายตับไปเรื่อยๆ (แม้ว่าตับจะซ่อมแซมตัวเองได้ แต่หากถูกทำลายซ้ำๆโดยไม่ได้หยุดพัก ก็สามารถก่อให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน)

ผู้ที่เป็นโรคตับส่วนมากจึงมาพบแพทย์เมื่ออาการของโรคลุกลามไปไกลจนเกินเยียวยาและอาจส่งผลให้เป็นอันตรายถึงชีวิต

การตรวจตับอย่างสม่ำเสมอในผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงจึงมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องมาจากหากทราบถึงปัญหาและหยุดยั้งสาเหตุที่ทำลายตับได้ทันก็มีโอกาสหายจากโรคนั้นๆ ได้ และตับกลับมาทำงานได้ตามปกติได้อีกครั้ง

ท่านไหนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงควรตรวจตับบ้าง? ติดตามต่อได้ที่
Website : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.honestdocs.co/liver-check

11
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


จะต้องทนปวดข้อ ปวดเข่า อยู่ทำไม ให้ Zenlary ช่วยสิคะ!

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
ข้อเข่าเสื่อม
ปวดข้อ คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
ปวดเข่า
อักเสบ ชา เสียว บวม รับประทานยาแก้ปวดก็ไม่หาย ทนทรมานจนอาการหนัก ทำอะไรไม่ถนัด
จบปัญหาเหล่านี้ได้ค่ะ หากท่านได้รู้จัก Zenlary เซ็นลารี่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่สกัดจากผักเซเลอรี่ และสมุนไพรของไทยอย่าง ขมื้นชัน งาดำ มังคุด บัวบก พร้อมด้วยวิตามินบี 1-6-12 ที่ช่วยลดเรื่องอาการเหน็บชาและปลายประสาทอักเสบ พร้อมด้วยคอลลาเจนจากปลาทะเล  คุณสมบัติรวมของเซ็นลารี่ ช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกอ่อน เพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงข้อกระดูก ลดปวดอักเสบ เห็นผลชัดเจน

มารฐานการผลิตได้รับการรับรองมาตราฐานจาก 3 หน่วยงาน อย., GMP, HACCP สะอาด ปลอดภัย 100%

เพียงลองทาน Zenlary 1 กล่อง ปัญหาเรื่องปวดตามข้อปวดเข่าจะหมดไปทันที
“แล้วจะลืมไปเลยว่าเคยปวด”

เข้าชมเว็บไซต์ได้ที่
เว็บไซต์  :  คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
www.zenlary.com

ไอดีไลน์  :  @zenlary (มี@ข้างหน้า)
โทรศัพท์  :  064-592-4246


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

12
Hihome All Everything
HIHOME ที่เดียวครบจบทั้งบ้าน
แหล่งรวมสินค้าที่คัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย และเรายังเลือกสรรแต่สินค้าที่ดีมีคุณภาพมาเพื่อคุณ

สั่งซื้อง่ายๆ ชำระเงินปลายทางได้ แค่คลิกเข้าเว็บ

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.lazada.co.th/shop/hi

แคปรูปสินค้าที่ต้องการแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลย
ไอดีไลน์ : @hihome
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://hihomeofficial.com

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.lazada.co.th/shop/hi

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.facebook.com/hihome8


#คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
Hihome
#คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
Electronics
#คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
ของเล่น
#คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
ไฮเทค
#คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
ของใช้ในบ้าน
#คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
อุปกรณ์ออกกำลังกาย
#คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
ฟิตเนส
#คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
อุปกรณ์สำนักงาน
#คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
เครื่องครัว
#คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
โซล่าเซลล์
#คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
เครื่องใช้ไฟฟ้า
#คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
อุปกรณ์ไฮเทค
#คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
scooter
#คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
Ebike


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

13
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


ฮัลโหลซิสสายแฟชั่นตัวแม่สุดจี๊ดทั้งหลาย! เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีมาได้ซักพักใหญ่จนใกล้จะได้ฤกษ์นับวันรอเตรียมเค้าท์ดาวน์เข้าสู่ปี 2020 กันแล้ว อยากจะบอกว่า มีสิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรรอก็คือ อัพเดทเทรนด์แฟชั่นที่มีแนวโน้มว่า ในปีหน้ามาแน่แม่ จะได้นำกระแสหรือเตรียมตัวเข้าเทรนด์ได้แบบไม่มีเอาท์ ในคราวนี้เราเลยขอยก คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
กระเป๋าสตางค์ใบยาว
ที่มีแววฮิตเปรี้ยงปร้างในช่วงปี 2020 นี้มาอัพเดทให้สาวๆ ได้ชมกันว่า ใบไหนเป็นของที่มันต้องมีบ้าง ถ้าอยากทราบแล้วก็ตามมากันเลย

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

เทรนด์แรก : กระเป๋าคลัทช์ขนาดใหญ่
ใครที่ส่องติดตามเทรนด์แฟชั่นอยู่แล้วคงจะพอเคยเห็นกระเป๋าคลัทช์ขนาดใหญ่กันมาบ้าง โดยหน้าตาและรูปทรงของนางจะมีความต่างจากกระเป๋าสตางค์ใบยาวปกติไปอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะขนาดที่ค่อนข้างใหญ่สามารถใส่ได้สรรพสิ่ง ทั้งกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก เครื่องสำอาง ของเล็กน้อย ฯลฯ และรูปทรงที่เปลี่ยนจากหน้าตาดูใกล้เคียงกระเป๋าสตางค์สะพายข้างกลายเป็นเหมือนกระเป๋าทรงถุงจนมีคนเรียกอีกชื่อว่า Pouch ใช้งานด้วยการใส่ของแล้วหนีบไว้ตรงข้อพับแขน สามารถตอบโจทย์ได้ทุกวัย ตั้งแต่วัยเรียน ไปจนถึงวัยทำงานและกลุ่มผู้สูงวัย แต่เท่าที่ส่องๆ มา เราว่า กลุ่มสาววัยทำงานนี่แหละมีไว้พกแล้วเป๊ะ หนีบข้างตัวแล้วปังสุดๆ ไปเลย

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

เทรนด์สอง :  กระเป๋าคลัทช์รูปทรงแปลกตามศิลปะสมัยใหม่
อยากจะอัพเดทเทรนด์ให้เก๋ล้ำนำใคร ต้องแปลกใหม่ และแตกต่างแบบฉีกแนวไปเลย หากนึกสไตล์ไม่ออกขอแนะนำให้ล่องส่องตามงานแฟชั่นวีค ได้แก่ กระเป๋าคลัทช์ล่าสุดจาก YSL ที่ทำเป็นทรงสามเหลี่ยม เน้นว่า สามเหลี่ยมนะคะ ไม่ใช่ขนมจีบเด้อ, ส่วน off white ก็ไม่ยอมแพ้ตีความแซ่บในแบบเรียบๆ ตรงคอนเซ็ปต์น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ไฮแฟชึ่น ได้เลย ทรงมนเรียบๆ สไตล์วินเทจร่วมสมัย โดยเพิ่มความสวยได้ตรงที่ทำออกมาสมกับที่เป็นกระเป๋าสตางค์ใบยาวได้สมชื่อ ยาวประมาณจากมือถึงข้อศอกเลยทีเดียว ฯลฯ

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

เทรนด์สาม :  กระเป๋าแบบเป็นเข็มขัดแนบตัว หรือกระเป๋าคาดเอว
หลายช่วงเวลาที่กระเป๋าแนวแบบเข็มขัดโดยมีกระเป๋าสตางค์ใบยาวแนบอยู่ด้วยจะถูกหยิบมาเป็นอินสปายเรชั่นเพื่อสร้างสรรค์กระเป๋าแนวใหม่ให้สวยล้ำนำเทรนด์ใคร โดยในปี 2020 นี้มีแนวโน้มที่กระเป๋ารูปทรงหน้าตาแบบนี้จะถูกนำกลับมาใช้และฮิตติดเป็นกระแสอีกครั้ง เนื่องมาจากเทรนด์การแต่งกายแนววินเทจยังคงอยู่ต่อ เมื่อแต่งตัวแนวนั้นแล้วคาดกระเป๋าเข็มขัดแบบนี้มันช่างดูเข้ากันซะเหลือเกิน แต่ใบที่จะฮิตก็จะมีความแปลกใหม่และเก๋ไก๋เพิ่มขึ้นมาบ้าง อาทิเช่น มีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ เรียงร้อยหลายใบไว้เป็นแถบ ฯลฯ

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

เทรนด์สี่ : กระเป๋าสตางค์ใบยาวที่มีหน้าตาเป็นเจ้าขนปุกปุย
เพื่อนขนยังคงมาเหมือนเดิม โดยเริ่มกลับมาตั้งแต่ที่ เจ้ากระเป๋า Valentino SS19 ถูกสร้างสรรค์ไปด้วยขนรอบใบ สร้างกระแสฮือฮาให้เริ่มมีการทำกระเป๋าสไตล์สวมวิญญาณเจ้าขนปุกปุย และแน่นอนว่า หนึ่งในกระเป๋าที่ถูกหยิบมาตกแต่งเพิ่มความเก๋ไก๋ให้พร้อมนำกระแสในปี 2020 นี้ ก็มี กระเป๋าคลัทช์ หรือกระเป๋าสตางค์ใบยาวรวมอยู่ด้วย จนติดอันดับหนึ่งใน The Best Bag Trends ของเว็บ ELLE

เทรนด์ห้า : เฉดสีกระเป๋าสตางค์ใบยาวที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไป
จากที่ช่วงก่อนหน้านี้ คุณ ๆ จะเลือกสีโทนมินิมอลหรือออกแนวพาสเทลโทนสีลูกกวาดไปเลย ในช่วงตั้งแต่ครึ่งปีหลัง 2019 ไปจนถึง 2020 นี้ เฉดสีที่ค่อนข้างโดดเด่น มีความสด แต่ก็ไม่แปร๋น ดูแล้วสบายตา เช่น สี Lazy Purple ,  Contrast Teal, Summer Dark Forest, Tangerine Blues, Silver Flamingo, Purple Bluebird, Red Sunflower Shadow, Glacier Pea Green ฯลฯ

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

เทรนด์หก : กระเป๋าสตางค์ใบยาวแนววินเทจยังคงเป็นที่นิยมตลอดกาล
ถ้าจะพูดว่า แฟชั่นเป็นศิลปะที่อมตะ ก็คงจะไม่ผิดซักเท่าไหร่ เพราะว่าช่วงเวลาหนึ่งแฟชั่นสไตล์นี้อาจจะหายไปแต่วันหนึ่งก็อาจจะถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นและกลับมาฮิตอีกครั้งก็ได้ใครจะรู้ และเทรนด์ที่ช่วยตอกย้ำคำพูดนี้ได้เป็นอย่างดีก็คือ กระเป๋าสตางค์ใบยาวแนววินเทจก็ยังคงฮิตตลอดกาล มีหลายยี่ห้อที่ทำสไตล์นี้ ดังเช่น Tory Burch, Versace ฯลฯ ถ้าหยิบชุดรุ่นคุณแม่ขึ้นมาแต่งก็จะได้ฟีลวินเทจย้อนยุค แต่หากหยิบชุดสไตล์ในปัจจุบันก็จะได้ความมินิมอลดูเรียบง่าย ร่วมสมัย แต่ไม่เชยไปอีกแบบ

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

แถมสักนิด : เคล็ดไม่ลับกับการเลือกกระเป๋าสตางค์ใบยาว
สาวๆ คนไหนที่อ่านมาจนเริ่มรู้สึกว่า เราจะต้องมีกระเป๋าสตางค์ใบยาวอีกซักใบ ไว้ครอบครองให้ทันเทรนด์ช่วงปีที่จะถึงนี้ เราขอแนะนำหลักการเลือกกระเป๋าสตางค์ใบยาวง่ายๆ แค่เพียงไม่กี่ข้อ ดังนี้ เริ่มจากการดูว่า เราต้องการใช้แบบไหน เพื่อใส่อะไรบ้าง บางคนอาจจะอยากได้ไว้เพื่อพกเพื่อใส่เงินและบัตรต่างๆ เท่านั้น ดังเช่น แบบกระเป๋าคลัช Clutch Daisy- M.Wine  ยี่ห้อ St.James ฯลฯ หรือบางคนอาจจะต้องการใส่ของจุกจิกเล็กๆ เพิ่มเติม ถัดจากนั้นลองพิจารณาดูถึงรูปทรงการออกแบบโดนใจหรือไม่ และสุดท้ายก็ดูวัสดุว่า ทำมาจากอะไร หากลงทุนไปแล้วจะสามารถใช้ได้นาน/คุ้มค่าหรือไม่

สุดท้ายนี้ เมื่อเริ่มต้นปีใหม่แล้ว ก็อย่าลืมเริ่มต้นสร้างกำลังใจในช่วงฤกษ์งามยามดีเตรียมพร้อมรับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามาด้วยการมองหาของใหม่ๆ มาใช้เพื่อเป็นกำลังใจ(เผื่อจะ)ช่วยเสริมดวงให้ตัวเองได้บ้างไม่มากก็น้อย ดังเช่น การหากระเป๋าสตางค์ใบยาวใบใหม่มาใช้ ฯลฯ ไม่เพียงแค่ตามเทรนด์ทัน แต่ช่วยเพิ่มกำลังใจและบอกกับตัวเองได้ว่า ปีนี้เงินจะไหลมาเทมาเป็นการต้อนรับกระเป๋าใบใหม่ให้เราแน่ๆ ยังไงตอนนี้เราขอตัวลาไปหาซื้อกระเป๋าสตางค์ใบยาวมาเพิ่มในกรุก่อนนะคะ ไว้เจอกันใหม่น้า xoxo หรือสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.stjamesandtrend.com/product-category/long-wallets/

14
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


ฮัลโหลซิสสายแฟชั่นตัวแม่สุดจี๊ดทั้งหลาย! เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีมาได้ซักพักใหญ่จนใกล้จะได้ฤกษ์นับวันรอเตรียมเค้าท์ดาวน์เข้าสู่ปี 2020 กันแล้ว อยากจะบอกว่า มีสิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรรอก็คือ อัพเดทเทรนด์แฟชั่นที่มีแนวโน้มว่า ในปีหน้ามาแน่แม่ จะได้นำกระแสหรือเตรียมตัวเข้าเทรนด์ได้แบบไม่มีเอาท์ ในคราวนี้เราเลยขอยก คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
กระเป๋าสตางค์ใบยาว
ที่มีแววฮิตเปรี้ยงปร้างในช่วงปี 2020 นี้มาอัพเดทให้สาวๆ ได้ชมกันว่า ใบไหนเป็นของที่มันต้องมีบ้าง ถ้าอยากทราบแล้วก็ตามมากันเลย

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

เทรนด์แรก : กระเป๋าคลัทช์ขนาดใหญ่
ใครที่ส่องติดตามเทรนด์แฟชั่นอยู่แล้วคงจะพอเคยเห็นกระเป๋าคลัทช์ขนาดใหญ่กันมาบ้าง โดยหน้าตาและรูปทรงของนางจะมีความต่างจากกระเป๋าสตางค์ใบยาวปกติไปอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะขนาดที่ค่อนข้างใหญ่สามารถใส่ได้สรรพสิ่ง ทั้งกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก เครื่องสำอาง ของเล็กน้อย ฯลฯ และรูปทรงที่เปลี่ยนจากหน้าตาดูใกล้เคียงกระเป๋าสตางค์สะพายข้างกลายเป็นเหมือนกระเป๋าทรงถุงจนมีคนเรียกอีกชื่อว่า Pouch ใช้งานด้วยการใส่ของแล้วหนีบไว้ตรงข้อพับแขน สามารถตอบโจทย์ได้ทุกวัย ตั้งแต่วัยเรียน ไปจนถึงวัยทำงานและกลุ่มผู้สูงวัย แต่เท่าที่ส่องๆ มา เราว่า กลุ่มสาววัยทำงานนี่แหละมีไว้พกแล้วเป๊ะ หนีบข้างตัวแล้วปังสุดๆ ไปเลย

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

เทรนด์สอง :  กระเป๋าคลัทช์รูปทรงแปลกตามศิลปะสมัยใหม่
อยากจะอัพเดทเทรนด์ให้เก๋ล้ำนำใคร ต้องแปลกใหม่ และแตกต่างแบบฉีกแนวไปเลย หากนึกสไตล์ไม่ออกขอแนะนำให้ล่องส่องตามงานแฟชั่นวีค ได้แก่ กระเป๋าคลัทช์ล่าสุดจาก YSL ที่ทำเป็นทรงสามเหลี่ยม เน้นว่า สามเหลี่ยมนะคะ ไม่ใช่ขนมจีบเด้อ, ส่วน off white ก็ไม่ยอมแพ้ตีความแซ่บในแบบเรียบๆ ตรงคอนเซ็ปต์น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ไฮแฟชึ่น ได้เลย ทรงมนเรียบๆ สไตล์วินเทจร่วมสมัย โดยเพิ่มความสวยได้ตรงที่ทำออกมาสมกับที่เป็นกระเป๋าสตางค์ใบยาวได้สมชื่อ ยาวประมาณจากมือถึงข้อศอกเลยทีเดียว ฯลฯ

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

เทรนด์สาม :  กระเป๋าแบบเป็นเข็มขัดแนบตัว หรือกระเป๋าคาดเอว
หลายช่วงเวลาที่กระเป๋าแนวแบบเข็มขัดโดยมีกระเป๋าสตางค์ใบยาวแนบอยู่ด้วยจะถูกหยิบมาเป็นอินสปายเรชั่นเพื่อสร้างสรรค์กระเป๋าแนวใหม่ให้สวยล้ำนำเทรนด์ใคร โดยในปี 2020 นี้มีแนวโน้มที่กระเป๋ารูปทรงหน้าตาแบบนี้จะถูกนำกลับมาใช้และฮิตติดเป็นกระแสอีกครั้ง เนื่องมาจากเทรนด์การแต่งกายแนววินเทจยังคงอยู่ต่อ เมื่อแต่งตัวแนวนั้นแล้วคาดกระเป๋าเข็มขัดแบบนี้มันช่างดูเข้ากันซะเหลือเกิน แต่ใบที่จะฮิตก็จะมีความแปลกใหม่และเก๋ไก๋เพิ่มขึ้นมาบ้าง อาทิเช่น มีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ เรียงร้อยหลายใบไว้เป็นแถบ ฯลฯ

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

เทรนด์สี่ : กระเป๋าสตางค์ใบยาวที่มีหน้าตาเป็นเจ้าขนปุกปุย
เพื่อนขนยังคงมาเหมือนเดิม โดยเริ่มกลับมาตั้งแต่ที่ เจ้ากระเป๋า Valentino SS19 ถูกสร้างสรรค์ไปด้วยขนรอบใบ สร้างกระแสฮือฮาให้เริ่มมีการทำกระเป๋าสไตล์สวมวิญญาณเจ้าขนปุกปุย และแน่นอนว่า หนึ่งในกระเป๋าที่ถูกหยิบมาตกแต่งเพิ่มความเก๋ไก๋ให้พร้อมนำกระแสในปี 2020 นี้ ก็มี กระเป๋าคลัทช์ หรือกระเป๋าสตางค์ใบยาวรวมอยู่ด้วย จนติดอันดับหนึ่งใน The Best Bag Trends ของเว็บ ELLE

เทรนด์ห้า : เฉดสีกระเป๋าสตางค์ใบยาวที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไป
จากที่ช่วงก่อนหน้านี้ คุณ ๆ จะเลือกสีโทนมินิมอลหรือออกแนวพาสเทลโทนสีลูกกวาดไปเลย ในช่วงตั้งแต่ครึ่งปีหลัง 2019 ไปจนถึง 2020 นี้ เฉดสีที่ค่อนข้างโดดเด่น มีความสด แต่ก็ไม่แปร๋น ดูแล้วสบายตา เช่น สี Lazy Purple ,  Contrast Teal, Summer Dark Forest, Tangerine Blues, Silver Flamingo, Purple Bluebird, Red Sunflower Shadow, Glacier Pea Green ฯลฯ

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

เทรนด์หก : กระเป๋าสตางค์ใบยาวแนววินเทจยังคงเป็นที่นิยมตลอดกาล
ถ้าจะพูดว่า แฟชั่นเป็นศิลปะที่อมตะ ก็คงจะไม่ผิดซักเท่าไหร่ เพราะว่าช่วงเวลาหนึ่งแฟชั่นสไตล์นี้อาจจะหายไปแต่วันหนึ่งก็อาจจะถูกหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นและกลับมาฮิตอีกครั้งก็ได้ใครจะรู้ และเทรนด์ที่ช่วยตอกย้ำคำพูดนี้ได้เป็นอย่างดีก็คือ กระเป๋าสตางค์ใบยาวแนววินเทจก็ยังคงฮิตตลอดกาล มีหลายยี่ห้อที่ทำสไตล์นี้ ดังเช่น Tory Burch, Versace ฯลฯ ถ้าหยิบชุดรุ่นคุณแม่ขึ้นมาแต่งก็จะได้ฟีลวินเทจย้อนยุค แต่หากหยิบชุดสไตล์ในปัจจุบันก็จะได้ความมินิมอลดูเรียบง่าย ร่วมสมัย แต่ไม่เชยไปอีกแบบ

คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

แถมสักนิด : เคล็ดไม่ลับกับการเลือกกระเป๋าสตางค์ใบยาว
สาวๆ คนไหนที่อ่านมาจนเริ่มรู้สึกว่า เราจะต้องมีกระเป๋าสตางค์ใบยาวอีกซักใบ ไว้ครอบครองให้ทันเทรนด์ช่วงปีที่จะถึงนี้ เราขอแนะนำหลักการเลือกกระเป๋าสตางค์ใบยาวง่ายๆ แค่เพียงไม่กี่ข้อ ดังนี้ เริ่มจากการดูว่า เราต้องการใช้แบบไหน เพื่อใส่อะไรบ้าง บางคนอาจจะอยากได้ไว้เพื่อพกเพื่อใส่เงินและบัตรต่างๆ เท่านั้น ดังเช่น แบบกระเป๋าคลัช Clutch Daisy- M.Wine  ยี่ห้อ St.James ฯลฯ หรือบางคนอาจจะต้องการใส่ของจุกจิกเล็กๆ เพิ่มเติม ถัดจากนั้นลองพิจารณาดูถึงรูปทรงการออกแบบโดนใจหรือไม่ และสุดท้ายก็ดูวัสดุว่า ทำมาจากอะไร หากลงทุนไปแล้วจะสามารถใช้ได้นาน/คุ้มค่าหรือไม่

สุดท้ายนี้ เมื่อเริ่มต้นปีใหม่แล้ว ก็อย่าลืมเริ่มต้นสร้างกำลังใจในช่วงฤกษ์งามยามดีเตรียมพร้อมรับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามาด้วยการมองหาของใหม่ๆ มาใช้เพื่อเป็นกำลังใจ(เผื่อจะ)ช่วยเสริมดวงให้ตัวเองได้บ้างไม่มากก็น้อย ดังเช่น การหากระเป๋าสตางค์ใบยาวใบใหม่มาใช้ ฯลฯ ไม่เพียงแค่ตามเทรนด์ทัน แต่ช่วยเพิ่มกำลังใจและบอกกับตัวเองได้ว่า ปีนี้เงินจะไหลมาเทมาเป็นการต้อนรับกระเป๋าใบใหม่ให้เราแน่ๆ ยังไงตอนนี้เราขอตัวลาไปหาซื้อกระเป๋าสตางค์ใบยาวมาเพิ่มในกรุก่อนนะคะ ไว้เจอกันใหม่น้า xoxo หรือสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.stjamesandtrend.com/product-category/long-wallets/

15
A dog lovers แก็งหมาสอนหมา และเพจ Blablaboo เริ่มต้นจากการที่เราฝันถึงการได้มีโอกาสเลี้ยงน้องหมาที่ใฝ่ฝันนั่นก็คือน้องหมาสายพันธุ์ Border Collie ซึ่งเป็นสุนัขต้อนแกะ และมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดที่สุด ส่วนใหญ่จะเป็นหมาที่ต่างประเทศจะนำไปโชว์การแสดงเนื่องด้วยสติปัญญาที่เรียนรู้ได้รวดเร็ว

ซึ่งหลังจากนั้น ด้วยเหตุการณ์ในชีวิตหลายอย่างเกิดขึ้นจนวันนึงได้มีโอกาสเลี้ยงและสัมผัสน้องหมาในสายพันธุ์ที่เราใฝ่ฝัน จึงทำให้เกิดความคิดในการเลี้ยงหมาสายพันธุ์อื่นๆตามมา อาทิเช่น ซามอยด์ ไซบีเรียน ชิบะ  และได้ค้นพบความน่ารักแต่ละสายพันธุ์ และเราต้องการแชร์ความน่ารักของน้องๆเหล่านี้ให้โลกรู้

ซึ่งระยะเวลาไม่นานเพจ A dog lovers และเพจ Blablaboo ได้สร้างขึ้นมา เพื่ออัพเดทความเป็นอยู่ความน่ารัก และให้ความรู้บางส่วนในการดูแลสุนัข ในการเลือกสุนัขที่เหมาะกับคนที่จะเลี้ยง เป็นการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม ท้ายที่สุดเรากำลังจะทำ Dog Cafe’ ให้เป็นคาเฟ่สุนัขอันดับ 1 ของโลก เราเป็นเพจและคาเฟ่ ที่มีเป้าหมายขับเคลื่อนวงการ คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
Cafe’ สุนัข
และในการให้คำแนะนำกับคนที่จะเลี้ยงสุนัขอย่างมีความรับผิดชอบ และจะไปแสดง Performance ในเวทีโลกว่าคนไทยถ้าตั้งใจทำอะไรก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก !!
OUR GOAL IS NO 1 IN THE WORLD !!
ติดตามเราได้ที่
Facebook : คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ
https://www.facebook.com/blablabooh


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ


คุณไม่สามารถมองเห็น links ได้ กรุณา.สมัครสมาชิก หรือ เข้าสู่ระบบ

หน้า: 1 2 3 ... 32
ร่วมขับเคลื่อนโดย